รีวิว Samsung Galaxy Tab S3 เพราะพื้นฐานของมนุษย์เริ่มจากการเขียน

ก่อนที่เราจะเริ่มรู้จักคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยในการเก็บบันทึกข้อมูล กระดาษและดินสอถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์สามารถจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ไปจนถึงการสร้างสรรค์ภาพวาดที่หลากหลาย ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นก่อให้เกิดแท็บเล็ตที่สามารถขีดเขียนได้ราวกับสมุดโน้ต ซึ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้จะเป็นการ รีวิว Samsung Galaxy Tab S3 ที่มาพร้อมปากกา S-Pen ใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตสำหรับใช้วาดเขียนหรือเพื่อจดบันทึก ติดตามเรื่องราวได้ดังต่อไปนี้เลยครับ

รีวิว Samsung Galaxy Tab S3

Samsung Galaxy Tab S3 สเปกมีดังนี้

– หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 9.7 นิ้ว ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล (264 ppi)
– ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat
– ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 820 แบบ Quad-Core
– แรม 4GB, หน่วยความจำภายใน 32GB รองรับ microSD Card ความจุสูงสุด 256GB
– กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED
– กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
– ใส่ซิมการ์ดได้ 1 ซิม
– แบตเตอรี่ความจุ 6000 mAh
– ราคา 24,500 บาท

ขนาดและหน้าจอความละเอียดสูง

หน้าจอเป็นขนาด 9.7 นิ้ว ขนาดที่ลงตัวแก่การหยิบจับและขีดเขียน ด้วยลักษณะที่บางเบายังช่วยให้การถือด้วยมือเดียวเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ความละเอียดของการแสดงผลอยู่ที่ 2048 x 1536 พิกเซล (264 ppi) พ่วงมากับเทคโนโลยี Super AMOLED พร้อมด้วยระบบการแสดงภาพแบบ HDR จัดว่าเป็นแท็บเล็ตที่ให้ความละเอียดที่สูงพอสมควร เพื่อตอบสนองต่อการดูภาพ รับชมวีดีโอที่มีความคมชัดเท่าที่สายตาจะสัมผัสได้

ชิปประมวลผลรุ่นปี 2016 แต่ยังแรง

ตามสเปกของ Samsung Galaxy Tab S3 บอกไว้ว่ามาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 820 แบบ Quad-Core ซึ่งเป็นชิประดับไฮเอนด์ของปี 2016 แต่ในความเก่านี้ยังตอบสนองต่อการสัมผัสได้แบบทันทีทันใด การทำงานร่วมกับแรมที่ให้มา 4GB พร้อมด้วยซอฟต์แวร์ Android 7.0 Nougat เป็นการผสมผสานที่ลงตัว ช่วยในการเรียกใช้, ปิด หรือสลับแอพสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยให้การทำงานแบบแบ่งหลายหน้าจอหรือ Multitasking ทำงานพร้อมกันได้แบบไม่มีสะดุด

การทำงานสองหน้าจอพร้อมกันบน Samsung Galaxy Tab S3

ลองเล่น ROV สนุกไม่แพ้เล่นบนสมาร์ทโฟน

รองรับ 4G และโทรได้

เพื่อการใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในแท็บเล็ตรุ่นนี้จึงมาพร้อมช่องสำหรับใส่ “ซิม” เพื่อการเชื่อมต่อกับสัญญาณ 3G / 4G และที่สำคัญยังช่วยให้แท็บเล็ตสามารถโทรออก-รับสายได้ด้วย

ช่องใส่ซิมการ์ดและ microSD Card (เพิ่มได้สูงสุด 256GB) จะอยู่ตำแหน่งความของตัวเครื่อง อยู่ร่วมกับปุ่มพาวเวอร์และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

พอร์ตเชื่อมต่อ และแบตเตอรี่

ใน Samsung Galaxy Tab S3 พอร์ตที่ใช้ชาร์จแบตเตอรี่และถ่ายโอนข้อมูลเป็น USB Type-C มาพร้อมเทคโนโลยี Fast Charging เพื่อการชาร์จไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถทำให้แบตเตอรี่ความจุ 6000 mAh เต็ม 100% นอกจากนี้ยังมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรมาให้เช่นเคย

แถบทองแดงที่ขอบด้านซ้ายของตัวเครื่อง ทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมประเภทคีย์บอร์ด

ในส่วนของแบตเตอรี่ความจุ 6000 mAh หากใช้งานแบบต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ตั้งแต่แบตเตอรี่ 100% ช่วงค่ำๆ แบตเตอรี่ก็ยังพอเหลือให้ใช้อยู่บ้างแต่อาจจะไม่มากนัก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของเราด้วยครับ ถ้าเอาไปเล่นเกมพวก ROV แบบฉันแพ้ไม่ได้ ! ต่อให้แบตเตอรี่เยอะแค่ไหนก็ไม่เพียงพอครับ

S-Pen ปรับโฉมเพื่อความถนัดในการขีดเขียน

มาถึงอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ S-Pen ตัวช่วยที่ทำให้ Samsung Galaxy Tab S3 เป็นแท็บเล็ตเพื่อการขีดเขียนที่สมบูรณ์แบบ ตัว S-Pen ไม่ใช่พลาสติกที่อย่างที่หลายคนจำภาพได้ ครั้งนี้ใช้วัสดุที่คล้ายกับยางเพื่อให้เกาะกับนิ้วมือมากขึ้น ขณะเดียวกัน S-Pen ยังถูกออกแบบให้มีลักษณะเหลี่ยมเล็กน้อย เพื่อป้องกันเวลาวางบนโต๊ะไม่กลิ้งหล่น

หัวของ S-Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้รองรับระดับความไวของแรงกดถึง 4,096 ระดับ นั่นแปลว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณลงมือเขียนหรือวาดภาพ สัมผัสที่ออกมาจะทำให้เรารู้สึกถึงความลื่นไปตามการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ นอกจากนี้ที่ตัว S-Pen มีปุ่มสำหรับเรียกใช้ฟีเจอร์ Air Command การเข้าถึงเมนูที่ทำงานร่วมกับ S-Pen อาทิ การเขียนบนหน้าจอ, Translate (การเลือกข้อความที่ต้องการสำหรับแปลภาษา) หรือการสร้างบันทึก เป็นต้น

เพียงกดปุ่มที่ S-Pen จะเป็นการเรียกใช้ฟีเจอร์ Air Command

ประสบการณ์ที่ได้ใช้ S-Pen กับ Samsung Galaxy Tab S3 การเขียนหรือการวาดทำได้อย่างลื่นไหลครับ มือที่วางบนหน้าจอไม่ส่งผลกระทบใดในเวลาขีดเขียนครับ อีกหนึ่งข้อดี คือ เราสามารถเขียนบนหน้าจอได้ แม้ปิดหน้าจอโดยการนำ S-Pen แตะไปที่หน้าจอพร้อมกดปุ่มที่ตัวปากกาทิ้งไว้ หลังจากนั้นก็ลงมือเขียนได้เลยครับ เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการจดบันทึกแบบเร่งด่วนได้ครับ แถม S-Pen ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ด้วย

ข้อติเรื่องหนึ่งสำหรับ S-Pen คือ ไม่มีที่เก็บบน Samsung Galaxy Tab S3 ครับ มีโอกาสลืมหรือทำหล่นหายได้ง่าย ฉะนั้นแนะนำว่าคุณควรหาซองหรือกระเป๋าใส่ เพื่อให้อุปกรณ์อยู่คู่กันเป็นที่เป็นทางครับ

รีวิว Samsung Galaxy Tab S3 กับบทสรุปในครั้งนี้

ในภาพรวมผมยกให้แท็บเล็ตรุ่นนี้  “ดีและมีประสิทธิภาพสูง แต่ยังไม่ที่สุด” ในเรื่องดีนั้นมีทั้งขนาดตัวเครื่อง ความละเอียดหน้าจอ และดีไซน์ที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว เหมาะแก่การพกพามากครับ ประสิทธิภาพในการใช้งานทั้งความบันเทิง การใช้ S-Pen เพื่อการขีดเขียนและวาดภาพทำได้อย่างลื่นไหล และไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ สามารถต่อ 3G / 4G สำหรับการใช้งานนอกสถานที่ได้ รวมถึงจะใช้โทรออกยามสมาร์ทโฟนแบตเตอรี่หมดก็ได้ด้วย ขณะที่แบตเตอรี่ความจุ 6000 mAh หากชาร์จเต็ม 100% ใช้งานตั้งแต่เช้ายันค่ำ จะเป็นใช้งานทั่วไปหรือเล่น ROV ใน 1 วันก็อยู่ได้สบายๆ ครับ

ส่วนข้อจำกัดใน Samsung Galaxy Tab S3 หลักๆ เลยจะเป็นเรื่องของการตำแหน่การจัดเก็บ S-Pen ที่ไม่มีให้บนตัวเครื่อง ต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อป้องกันไม่ให้สูญหาย นอกจากนี้การแสดงผลแบบ HDR แม้จะถูกยกให้เป็นแท็บเล็ตที่มีหน้าจอความละเอียดสูง แต่ประเภทคอนเทนต์ที่รองรับการแสดงผลในความละเอียดแบบ HDR นี้ยังมีให้เห็นน้อยมาก อาจกล่าวได้ว่าเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับผู้ผลิตคอนเทนต์ที่จะพัฒนารูปแบบของคอนเทนต์ให้รองรับกับระบบ HDR ในอนาคต

สำหรับราคา 24,500 บาท สำหรับบางคนที่อยากได้เพื่อการใช้งานเฉพาะจริงๆ ก็นับว่าคุ้มค่าครับ แต่หากบางคนที่ยังไม่ได้คิดว่าจะเอาไปใช้ทำอะไรแบบจริงๆ จังๆ ก็อาจต้องคิดทบทวนก่อนครับ

ข้อมูลจำเพาะของ Samsung Galaxy Tab S3 จากเว็บไซต์ Samsung Thailand

Facebook Comments