ARIT รุกตลาดพัฒนาคนพันธุ์ดิจิทัลดึงศักยภาพบุคลากรรัฐ

ARIT รุกตลาดพัฒนาคนพันธุ์ดิจิทัลดึงศักยภาพบุคลากรรัฐ ด้วยหลักสูตร Cert.IC3 ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ด้วยปัจจุบันประเทศไทยภายใต้รัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีภารกิจหลักการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 เพื่อยกระดับประเทศไทย ด้วยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม รวมถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้มีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่ง และยั่งยืนซึ่งเป็นการพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลตามยุทธศาสตร์ที่5 โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพความรู้ด้านดิจิทัล โดยทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึง เข้าใจ และมีความรอบรู้ในเรื่องดิจิทัลโดยตั้งเป้าจะสร้างบุคลากรภาครัฐให้เป็นคนพันธุ์ดิจิทัลและนายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำ ให้เร่งดำเนินการยกระดับศักยภาพบุคลากรภาครัฐทุกระดับ ด้านทักษะดิจิทัล (Digital skills) โดยมีกรอบแนวทางการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและกำหนดทิศทางในการยกระดับขีดความสามารถเชิงดิจิทัลของภาครัฐไทยให้มีความพร้อมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0และก้าวสู่ยุคดิจิทัลไทยแลนด์อย่างเต็มตัว

นายวรเทพ มงคลวาที ผู้จัดการทั่วไปบริษัท เออาร์ไอที จำกัด  กล่าวว่า เพื่อเป็นการตอบรับนโยบายแผนพัฒนาดิจิทัลและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการร่วมพัฒนาศักยภาพความรู้พื้นฐานทางด้านทักษะดิจิทัล(Digital Literacy) ของบุคลากรภาครัฐ บริษัทเออาร์ไอที จำกัดผู้นำทางด้านประกาศนียบัตรระดับสากลด้านไอทีได้สนองตอบนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้านการสร้างคนพันธุ์ดิจิทัล จึงได้จัดการฝึกอบรมและสอบมาตรฐานสากลหลักสูตรIC3 Digital Literacy Certificationซึ่งเป็นประกาศนียบัตรรับรองความรู้ ความสามารถ ในการใช้โปรแกรมสำนักงาน และอินเทอร์เน็ตพื้นฐาน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การจัดการกับระบบเครือข่าย และความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ต และรวมไปถึงการรับมือ แยกแยะ และเข้าใจการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างถูกต้อง โดยมีมาตรฐานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสมรรถนะสำหรับผู้ใช้ไอที (Digital Literacy) ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐ ให้มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นมาตรฐานสากลและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในสาขาวิขาวิชาชีพต่างๆ

หลักสูตร IC3 Digital Literacy Certificationสามารถตอบโจทย์ยุคดิจิทัลไทยแลนด์ ได้ทั้งทางด้านนโยบายการปฏิรูปประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลไทยแลนด์ โดยเตรียมความพร้อมให้บุคลากรทุกกลุ่มให้มีพร้อมทั้งความรู้และทักษะที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในยุคดิจิทัล รวมถึงในด้านภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทย (Thailand Digital Landscape) โดยสนับสนุนทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วม ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลตามแนวประชารัฐ และนโยบายด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเร่งพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

โดยโปรแกรมการสอบ IC3 Digital Literacy Certification จะประกอบไปด้วย 3หลักเกณฑ์ได้แก่ 1.) Computing Fundamentalsเป็นการทดสอบความรู้พื้นฐานคอมพิวเตอร์ ทั้งในด้าน Hardware และSoftware ในหัวข้อหลัก และความรู้พื้นฐานของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ 2.)Key Applicationsเป็นการทดสอบความรู้ด้านโปรแกรมสำนักงานสำเร็จรูป คือ Word Processing, Spreadsheet, Presentation ซึ่งเป็นพื้นฐานในงานผลิตผลงานในการเรียน และการทำงานและ 3.)Living Onlineเป็นการทดสอบความรู้ด้านการใช้เมล์ และอินเตอร์เน็ต ได้แก่ E-mail, Web Browser, Upload-Download ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน ในส่วนของการใช้งาน E-mail จะเน้นการใช้งาน Outlook

อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมา Cert.IC3ได้นำร่องใช้งานกับภาครัฐและภาคการศึกษาในหลายโครงการ เช่น โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยใช้ดิจิทัลคอนเทนต์ในการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาครูให้มีทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำนักงาน สื่อออนไลน์ และสามารถนำไปใช้ได้ในการจัดการเรียนการสอนและสนับสนุนให้บุคลากรเข้าทดสอบวัดความรู้พื้นฐานในการใช้เทคโนโลยีและการประเมินผลสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยจากหลักสูตรดังกล่าว ได้รับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุดและได้รับการเห็นสมควรควรแก่การดำเนินการโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึงต่อไป รวมถึงโครงการพัฒนาสมรรถนะความสามารถด้านการใช้ดิจิทัล(Digital Literacy) ที่นำ Cert.IC3 ไปใช้กับกลุ่มข้าราชการของภาครัฐต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐ ให้มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ในปี 2560 Cert.IC3 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยในประเทศไทยมีจำนวนยอดอัปโหลดแล้วมากกว่า 20,000 ชุดโดยส่วนใหญ่กลุ่มที่ให้ความสนใจ และนำชุดข้อสอบไปใช้งานยังคงได้แก่ หน่วยงานภาคการศึกษาและข้าราชการ อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. สนง.คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาครัฐ
อื่น ๆ อีก 11 แห่ง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของหลักสูตร IC3 Digital Literacy Certification ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.arit.co.th/th/certificate/ic3-style

Facebook Comments