ปลายปีแห่งความสุขสำหรับนักช้อปออนไลน์ กับงานหนักที่นักการตลาดต้องรับมือ

11.11 Sale หรือลดแหลกแจกแถมบนเว็บขายสินค้าออนไลน์ที่จถึงนี้ มาดูกันว่า กว่าจะมาเป็นโปรโมชั่นดังกล่าว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องเจออะไรบ้าง

อีกไม่กี่พริบตา เดือนพฤศจิกายนและธันวาคมก็จะมาถึง ซึ่งสำหรับโลกธุรกิจทั้งออนไลน์และออฟไลน์แล้วนั้น ช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีเทศกาลพิเศษต่างๆมากมายและที่สำคัญผู้บริโภคพร้อมที่จะจับจ่ายใช้สอยสำหรับเทศกาลพิเศษเหล่านี้

สำหรับร้านค้าอีคอมเมิร์ซใหญ่ๆแล้วนั้น พวกเขาจะมีการจัดแคมเปญและอีเวนท์เฉพาะเพื่อโปรโมทเทศกาลต่างๆเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงนี้ด้วยกันทั้งนั้น เช่น Lazada ที่มี Shop The Universe 11.11-12.12 หรือ Taobao เจ้าพ่อจากประเทศจีนที่มีการจัด 11.11 Sale และอีกหลากหลายอีเวนท์ในช่วงเทศกาลคริสมัสต์และปีใหม่

กว่าจะมาเป็นแคมเปญให้นักช้อปได้ซื้อสินค้ากันอย่างเพลิดเพลินและหมดเงินในกระเป๋าอย่างมีความสุขกันแล้วนั้น ทีมงานในบริษัทอีคอมเมิร์ซต่างทำงานหนักเพื่อผลักดันให้แคมเปญเหล่านี้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นวันนี้บริษัท iPrice ซึ่งเป็นเว็บเปรียบเทียบร้านค้าออนไลน์ใน 7 ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงขอนำประสบการณ์และเกร็ดความรู้สำหรับการพัฒนาแคมเปญและอีเวนท์เจ๋งๆเหล่านี้จากมุมมองของนักการตลาดและนักจัดแคมเปญสำหรับเทศกาลแห่งความสุขนี้มาฝากกัน

คุณ Boni Andika, Campaign & Onsite Merchandising Manager ของบริษัท iPrice ได้กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ว่า งานจัดแคมเปญการตลาดออนไลน์นี้แบ่งเป็นสองประเภทหลักๆ ได้แก่ 1. แคมเปญที่เป็นแบบ Brand Specific ซึ่งเป็นการจัดโปรโมชั่นจากแบรนด์นั้นๆ และ 2. แคมเปญตามเทศกาลต่างๆ คือการจัดโปรโมชั่นตามเทศกาลเช่น งาน คริสต์มาส หรือปีใหม่ เป็นต้น

โดยแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกออนไลน์คือแคมเปญ 11.11 หรือ ‘วันคนโสด’ ของจีนกลายมาเป็นธรรมเนียมและเป็นที่นิยมกันมากในหลาย ๆ ประเทศ ยิ่งวันนี้เริ่มใกล้เข้ามา หลายร้านค้าออนไลน์ชื่อดังอย่าง Lazada, LOOKSI, Shopee, Cmart, Grab และ Uber ก็พร้อมใจกันทุ่มไม่อั้นเพื่อขาช้อปโดยเฉพาะ ซึ่งช่วงเทศกาล 11.11 นี้เป็นช่วงกอบโกยของร้านค้าอีคอมเมิร์ซกันเลยทีเดียว

แต่กว่าจะมาเป็นแคมเปญลด แลก แจก แถมให้กับขาช้อป นักการตลาดและนักพัฒนาต่างต้องทำงานหนักเพื่อเตรียมพร้อมกับแคมเปญสำคัญนี้ โดยขั้นตอนการทำงานของร้านค้าอีคอมเมิร์ซมีดังต่อไปนี้

  1. Sale Team เริ่มติดต่อร้านค้าอีคอมเมิร์ซต่างๆเพื่อรวบรวมคูปองและส่วนลดสุดพิเศษเพื่อมานำเสนอในแคมเปญ
  2. ในขณะเดียวกันนักออกแบบหรือ Design Team เริ่มที่จะวางรูปแบบหน้าตาของเว็บไซต์ของแคมเปญนั้นๆว่าจะออกมาในรูปแบบไหน โดย Design Team ต้องใช้ทักษะในด้านรีเสริ์ชเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของนักช้อปว่าพวกเขาเข้าใช้เว็บไซต์อย่างไรและพวกเขาต้องการอะไรจากการช้อปปิ้งในช่วง 11 แคมเปญนี้ รวมถึงการตั้งชื่อแคมเปญสุดปังและการออกแบบให้เว็บไซต์มีความสวยงาม ซึ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้วย
  3. เมื่อทีมออกแบบได้วางผังรูปแบบเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของ Tech Team ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเขียนโค้ดและโปรแกรมต่างๆให้หน้าเว็บไซต์เป็นไปตามที่ได้ออกแบบไว้
  4. ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบเว็บไซต์ให้เหมาะสมและใช้งานได้ง่าย รวมถึงการเตรียมพร้อมด้าน SEO เพื่อให้เว็บไซต์สามารถค้นหาได้ง่านผ่านทาง Google  เพื่อให้ประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุดกับขาช้อปในช่วงลดกระหน่ำนี้
  5. หลังจากการพัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องมีการทดสอบระบบก่อนที่แคมเปญนี้จะสามารถ Live ขึ้นทางเว็บไซต์จริงตามกำหนดการ

โดย 5 ขั้นตอนข้างต้นนี้ใช้เวลาในการพัฒนามากกว่า 1 เดือน ที่ต้องใช้ทั้งความอดทนและความร่วมมือจากหลายๆทีมร่วมกันเพื่อผลักดันให้แคมเปญนี้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดและสามารถให้บริการแก่นักช้อปได้ทันเวลา

การจัดแคมเปญสำหรับร้านค้าอีคอมเมิร์ซนั้นมองเผินๆแล้วอาจเป็นเพียงการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายประจำปี อย่างไรก็ตามแคมเปญถือเป็นเครื่องมือการประชาสัมพันธ์ที่ดีอันหนึ่ง เนื่องจากแคมเปญสามารถช่วยสร้าง brand awareness ให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จัก และที่สำคัญแคมเปญสามารถสร้าง word of mouth ให้กับแบรนด์เนื่องจากผู้บริโภคนักช้อปนิยมแชร์โปรโมชั่น คูปองและดีลดีๆให้กับเพื่อนๆหรือคนรู้จัก ดังนั้นแคมเปญจึงเป็นเครื่องมือการตลาดที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย

ในปัจจุบันนักจัดแคมเปญออนไลน์กลายเป็นหนึ่งในงานด้านการตลาดออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากนี้ต้องการผู้ที่มีความสามารถในหลายๆด้าน เช่น ดูแลโปรเจ็ค, ความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภค, ความคิดสร้างสรรค์และที่สำคัญต้องมีสกิลในการทำงานกับคนที่หลากหลายและทำงานได้ดีภายใต้แรงกดดัน จึงทำให้งานนี้เป็นงานที่ช่วยพัฒนาทักษะและสกิลของผู้ทำงานได้เป็นอย่างดี

นักพัฒนาแคมเปญและผู้คนในโลกอีคอมเมิร์ซต่างตั้งหน้าตั้งตารอกับแคมเปญ 11.11 ที่จะถึงนี้ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นที่น่าจับตามองว่าร้านค้าอีคอมเมิร์ซจะหยิบกลยุทธ์ใดออกมางัดข้อกันเพื่อแย่งลูกค้าที่พร้อมจับจ่ายใช้สอยกันในช่วงท้ายปีนี้ แต่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าผลประโยชน์ย่อมตกอยู่กับผู้บริโภคที่มีตัวเลือกที่มากขึ้นและคุณภาพสินค้าและบริการที่ดีขึ้นมาให้เลือกซื้อนั่นเอง

บทความโดย กันต์พจน์ สุริวงศ์ Senior Content Marketing iPrice

Facebook Comments