วิธีการทำให้เครือข่ายการจ่ายไฟฟ้ากับระบบไอทีทำงานสอดรับกัน เพื่อทำให้ Data Center มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่า 80%

ในอนาคตการใช้ประโยชน์จาก ศูนย์ข้อมูล (Data Center) จะทวีความต้องการเพิ่มมากขึ้น เพื่อพร้อมต่อการรับมือกับข้อมูลจำนวนมหาศาลที่จะเพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่าหากต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถเพิ่มความเร็วในการประมวลให้แก่ศูนย์ข้อมูล สิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือการบริการจัดการการใช้พลังงานของระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมด้านข้อมูลได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เราได้ยินคนพูดคุยเกี่ยวกับระบบประมวลผลแบบCloud Computing  และการใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลขั้นสูง (Edge Computing) รถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ เป็นภาพสะท้อนได้ชัดเจนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมันทำให้ชวนคิดถึงประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลในอดีต กับประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลในปัจจุบัน และดูว่าอะไรที่สามารถลดค่าใช้จ่าย (Cost) แต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมได้

ดังนั้น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงได้จำลองตัวอย่างแบบสามขั้นตอนที่จะส่งผลถึงการปรับปรุงและการกักเก็บพลังงาน และประหยัดพลังงานของ UPS โดยแบบจำลองนี้จะแสดงให้เห็นถึงการลดความสูญเสียเพียงร้อยละ 80 ด้วยการใช้ 3 เทคโนโลยี ที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานโดยประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ จากการจัดหาสถาปัตยกรรมที่มีประสิทธิภาพและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น

และการค้นพบนี้ ก็ได้ให้คำตอบว่าสิ่งใดที่จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลให้มากกว่า 80% ในอีก 10 ปีข้างหน้า?

เรารู้ว่า ถ้าเราใช้วิธีการทำงานเดิมๆ หรือใช้กลยุทธ์เดิมๆ ในวันนี้ มันอาจจะทำให้เรานำพาองค์กรไปข้างหน้าได้ แต่ในวันหนึ่งมันอาจจะให้ผลตอบแทนที่ได้นั้นลดลง ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงมุ่งเน้นไปที่อนาคตในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินมากกว่า โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เราได้เข้าร่วมงาน Data Center Dynamics Enterprise ที่นครนิวยอร์ก และได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวทางต่างๆ ที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลให้มากกว่า 80% ในอนาคตได้

โดยในงาน เราได้แบ่งบันข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ 3 เทคโนโลยี และแนวทางที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีอยู่

Current solutions are not flexible enough : โดยส่วนใหญ่ ศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กหรือศูนย์ข้อมูลแบบสำเร็จรูปจะมาพร้อมการออกแบบที่ดีที่สุด แต่อะไรจะเกิดขึ้น หากเรามีการใช้งานระบบเซิร์ฟเวอร์ (server) แบบดั้งเดิมอยู่ ดังนั้นการติดตั้งควรมีวิธีการที่ทำให้มันง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ให้บริการ Colocation (บริการจัดสรรพื้นที่สำหรับการจัดวาง หรือติดตั้งเซิร์ฟเวอร์)  การออกแบบและการติดตั้งให้มีประสิทธิภาพควรลดความยุ่งยากในการก่อสร้างลง ดังนั้น อุตสาหกรรมใดที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจสามารถใช้โซลูชั่น Hyper Pod ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะเป็นก้าวแรกที่จะลดความยุ่งยากในการติดตั้งศูนย์แบบเดิมๆ

Liquid cooling may finally happen: ถ้าเราดูการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลในปัจจุบัน จำนวนของชิปที่เพิ่มขึ้นในแต่ละระดับ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จำกัดการออกแบบด้านไอที เป็นไปได้ว่าในยุคการฟื้นฟูศิลปวิทยาที่กำลังจะมาถึง ระบบระบายความเย็นแบบ Liquid cooling จะกลายเป็นคลื่นแห่งอนาคต โดยในปัจจุบันยังคงมีปัญหาและอุปสรรคบางอย่างที่เราต้องแก้ไขอยู่ เพื่อทำให้ระบบนั้นออกมาสมบูรณ์ที่สุด

The data center of the future will have more interaction with the grid and IT : ด้วยแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนด้านการจัดเก็บพลังงานที่ลดลง และความผันแปรของการติดตั้งโซลูชั่นไอที ทำให้เราเห็นโอกาสที่จะใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่เราจำเป็นต้องคิดในแง่มุมที่กว้างขึ้น ทั้งระบบจัดเก็บพลังงานที่มีคุณภาพ (Energy Storage System : ESS), ซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการจ่ายพลังงานในระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ (Micro Grids) สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวอย่างที่จะทำให้อุตสาหกรรมเติบโต และบรรลุเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้

Renewables and IT load variability, plus more sophisticated cooling architectures mean much more complexity : ในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดที่ซับซ้อนมากขึ้นเช่นนี้ เราจะมองเห็นขั้นตอนที่ทำให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงทุกที่สามารถควบคุมได้ด้วยระบบที่ผสานรวมการตรวจสอบ การจัดการ และการวิเคราะห์ (Cloud Management) เข้ามาช่วยให้สามารถคาดการณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพได้ด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งตอบโจทย์การก้าวสู่อนาคตของศูนย์ข้อมูลได้ เหมือนกับแพลทฟอร์ม EcoStruxure จาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่มีเครื่องมือวิเคราะห์ระบบการทำงานต่างๆ ซึ่งจะช่วยคาดการณ์สิ่งต่างๆ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ได้

นอกจากนี้ภายในงาน Data Center Dynamics Enterprise ที่ผ่านมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เองก็ได้เข้าร่วม DCD Focus Day – Building the Edge เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้แก่การค้าปลีกด้วย และการกำหนดภารกิจสำคัญของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่จะมุ่งไป

บทความโดย
Kevin Brown รองประธานอาวุโสฝ่ายนวัตกรรม
และหัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีของแผนกไอที ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ที่มา : blog.schneider

Facebook Comments