หัวเว่ยจับมือพันธมิตรเปิดตัว Cloud Ecosystem เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีคลาวด์

หัวเว่ย เทคโนโลยี ผู้จัดหาโซลูชั่นไอซีทีชั้นนำระดับโลก จัดงาน Huawei Cloud Congress Thailand 2016 (HCC Thailand 2016) ขึ้น ภายใต้ธีม Transforming with cloud, Setting new benchmark” แนะนำเทรนด์ใหม่ล่าสุดและมองหาโอกาสและความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคคลาวด์ โดยมีลูกค้าและพันธมิตรเข้าร่วมงานกว่า 300 คน

huawei-cloud
ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดตัว Ecosystem FusionCloud ในประเทศไทย

หัวเว่ยได้นำเซิร์ฟเวอร์ระดับ mission-critical, Enterprise Storage, Cloud Fabric SDN, โมดูลดาต้าเซ็นเตอร์ และโซลูชั่นด้านไอทีอื่น ๆ มารวมกันบนแพลตฟอร์มคลาวด์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง  ผลงานที่ทุกคนเฝ้ารอคอยนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการโครงข่ายสามารถตระหนักได้ถึงการบริหารทรัพยากร การขยายระบบ การผนวกรวม และการปฏิบัติการและบำรุงรักษาด้านบริการ การดำเนินการ โครงสร้างสาธารณูปโภค และเครือข่าย ที่เห็นได้ในดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการโครงข่ายมีทางเลือกในการพลิกโฉมธุรกิจสู่คลาวด์มากขึ้น  ด้วยกลยุทธ์การติดตั้งใช้งานที่ฟื้นฟูขึ้นใหม่นี้ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะกลายเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้

มร. โรนัลด์ ไรท์ ราฟเฟ่นสเปอร์เกอร์ ประธานฝ่ายเทคโนโลยีด้านผลิตภัณฑ์ไอทีของหัวเว่ย กล่าวว่า “หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะสร้าง Cloud Ecosystem ที่สร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย  ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและความอุตสาหะมุ่งมั่นที่มีเป้าหมายร่วมกับพันธมิตร เราจึงสร้างคลาวด์ที่จะสร้างประโยชน์ให้กับผู้ให้บริการโครงข่ายมากที่สุดนั่นคือ ทำให้การจัดหาบริการที่ใช้เวลาสั้นลง ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน (OPEX) ที่ลดน้อยลง และมีการปฏิบัติการและบำรุงรักษาแบบอัตโนมัติ (O&M)  คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถสร้างธุรกิจใหม่ในระบบคลาวด์สาธารณะ และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีคลาวด์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

ในงาน HCC Thailand 2016 หัวเว่ย ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, SAP, Intel, Brocade, Accenture, Commvault, ECS และ Synnex เปิดตัว FusionCloud Ecosystem ซึ่งหัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน และสร้าง Cloud Ecosystem แบบเปิดที่จะช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีคลาวด์ได้รวดเร็วง่ายดายยิ่งขึ้น

หัวเว่ยยังได้แบ่งปันผลงานความสำเร็จของบริษัทในหลากหลายด้าน อาทิ การโยกย้ายระบบดั้งเดิมสู่ระบบคลาวด์ให้กับ SAP การพัฒนาแอพลิเคชั่นคลาวด์ส่วนตัวในระดับองค์กรให้กับ Accenture และผลงานนวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรรายอื่น ๆ เพื่อสร้างระบบคลาวด์ที่ยั่งยืน

หัวเว่ยดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 18 ปี และยังคงลงทุนเพื่อสร้างระบบนิเวศคลาวด์ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เราอยากจะแบ่งปันผลงานความสำเร็จในอุตสาหกรรมไอซีทีระดับโลกของเรา และช่วยให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านไอซีทีในภูมิภาค ด้วยการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีไอซีที รวมถึงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ทันสมัยและมีศักยภาพในการแข่งขันสูงสุด เพื่อช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล” มร. แจ็ค หวัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวอธิบาย

Facebook Comments