ไปอีกขั้น Huawei เปิดตัว Mate 30 และ Mate 30 Pro ดีไซน์เด่น กล้องบ้าพลัง และชิป Kirin 990 สุดแรง

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ Huawei Mate 30 Series รอบนี้เปิดตัวด้วยกัน 3 รุ่น อาทิ Mate 30 Pro กับ Mate 30 และ Porsche Design Mate 30 RS เรียกได้ว่ามาตามข่าวลือเป๊ะ ๆ ตามคาด แต่ก็สวยเกินคาดด้วยเช่นกัน

ประเดิมที่ดีไซน์กันก่อน Mate 30 Series ก็มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว พร้อมดีไซน์แบบวงกลมหรือ Halo Ring Design ที่ได้แรงบันดาลจากจากกล้อง Leica โดยถอดแบบวงกลมจากตัวเลนส์กล้องมาเลย ตัววัสดุก็ใช้อลูมิเนียมขึ้นโครง แล้วครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ทั้งหน้าและหลัง มีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่น IP68

นอกจาก Halo Ring Design ก็ยังมี Horizon Display หรือหน้าจอน้ำตก ขอบโค้งลึกขึ้น ลึกจนแทบไม่มีที่สำหรับใส่ปุ่มลด/เพิ่มเสียงด้านข้างแล้ว

ส่วนปุ่มลด/เพิ่มเสียงด้านข้างก็แปลงสภาพเป็น Invisible Virtual Key หรือมีชื่อฟีเจอร์ว่า Side-Touch Interaction ปุ่มกดแบบสัมผัส โดยสามารถกดปุ่มลด/เพิ่มเสียงด้วยการแตะที่ด้านข้างตัวเครื่อง 2 ครั้ง จากนั้นก็จะมี Pop-Up ปรับระดับเสียงเด้งขึ้นมา ให้เรารูดขึ้น/ลง เพื่อลด/เพิ่มเสียง ได้แทน

หน้าจอตัว Mate 30 Pro จะมีขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1176 เป็นจอ Flex OLED ส่วน Mate 30 จะมีขนาด 6.62 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 เป็นจอ Rigid OLED ส่วนหน้าจอทั้ง 2 รุ่นก็รองรับการแสดงผล DCI-P3 และ HDR10 เหมือนกัน

สำหรับชิปประมวลผลก็ใช้ HiSilicon Kirin 990 แบบ 7 นาโนเมตร กับแรม 8GB (รุ่น Porsche design มี 12GB) และรอม 128GB/256GB แบบ UFS3.0 ตัวชิป Kirin 990 ก็มีความเร็วซีพียูเพิ่มขึ้น 23% ชิปกราฟฟิก Mali – G76MP16 ที่มีจำนวน Core มากถึง 16 Core ก็เร็วขึ้น 39% และสุดท้ายชิป AI หรือ NPU มีความเร็วสูงกว่าเดิมถึง 460% !!

นอกนั้นก็ชูเรื่อง 5G ซึ่งหากเป็น Mate 30 Series รุ่น 5G ตัว Kirin 990 จะมาพร้อมโมเด็ม 5G ในตัวเลย โดยตัวโมเด็ม 5G ใน Mate 30 Series ก็มาพร้อมเสาสัญญาณมากถึง 21 เสา รับสัญญาณ 5G ได้เต็มที่

มาถึงเรื่องกล้องกันแล้ว รอบนี้ Mate 30 Series ก็มยัดกล้องหลังมาด้วยกันทั้งหมด 4 ตัว แบ่งเป็น เลนส์ Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/1.8 กับ เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/1.6 พร้อมกันสั่น OIS เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.4 พร้อมกันสั่น OIS เช่นเดียวกัน และสุดท้าย เลนส์ชัดลึกแบบ 3D Depth Sensing

ตัวเซ็นเซอร์ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล ของ Mate 30 Series ก็มีขนาดใหญ่ถึง 1/1.7 นิ้ว ใหญ่กว่าเดิม 137% ช่วยให้ถ่ายภาพได้คมชัดขึ้น และถ่ายภาพมืดหรือกลางคืนได้สว่างขึ้นอีกด้วย

ด้านการถ่ายวิดีโอ ถือเป็นไฮไลท์หลักของ Mate 30 Series เลย อย่างแรกคือถ่ายวิดีโอ 4K HDR+ แบบ Time-Lapse ได้นานถึง 12 ชั่วโมง อย่างที่สองคือ ISO 51200 และสุดท้าย ตัวกล้องสามารถถ่ายภาพ Slow-Motion ได้ระดับ 7680 fps เทียบได้ปรับกล้อง Slow-Motion ระดับโปร !!

กล้องหน้าของตัว Mate 30 Series ก็มีอีก 2 เลนส์ แบ่งเป็น เลนส์กล้องหลักแบบ Wide ความละเอียด 32 ล้านพิกเซ และกล้องชัดลึก 3D Depth Sensing นอกนั้นก็มีเซ็นเซอร์ Gesture ควบคุมตัวเครื่องผ่านท่าทางจากมือเราในระยะห่างได้ และเซ็นเซอร์ช่วยวัดแสงจากภายนอก

แบตฯ ตัว Mate 30 Series ก็มาพร้อมความจุ 4500 mAh ใช้งานได้ทั้งวัน อีกทั้งยังรองรับชาร์จไวหรือ Super Charge ที่ 40W กับ Fast wireless charging รองรับชาร์จไร้สายที่ 27W

รอบนี้ Mate 30 Series มีสี 4 หลัก อาทิ สีดำ Black, สีเงิน Space Silver, สีม่วง Cosmic Purple และ สีเขียว Emerald Green

และเซอร์ไพรส์ เปิดตัวอีก 2 สีพิเศษ พร้อมฝาหลังแบบหนังอย่าง Vegan Leather Forest Green สีเขียว และ Vegan Leather Orange สีส้ม

สุดท้ายเปิดตัว Porsche Design Mate 30 RS งาม ๆ มีให้เลือกอีก 2 สี อาทิ สีแดง และ สีดำ

ราคา Mate 30 Series

  • Huawei Mate 30 : 8GB + 128GB ราคา 799 ยูโร หรือประมาณ 27,000 บาท  
  • Huawei Mate 30 Pro : 8GB + 256GB ราคา 1,099 ยูโร หรือประมาณ 37,000 บาท  
  • Huawei Mate 30 Pro 5G Editon (Vegan Leather) : 8GB + 256GB ราคา 1,199 ยูโร หรือประมาณ 40,000 บาท  
  • Huawei Porsche Design Mate 30 RS : 12GB + 256GB ราคา 2,965 ยูโร หรือประมาณ 70,000 บาท

วันจำหน่ายยังไม่เผย

ทิ้งเรื่องสำคัญปิดท้าย Mate 30 Series ชัดเจนแล้วว่า จะไม่มี Google Service อีกต่อไป หลังจากนี้ก็เปลี่ยนไปใช้ Huawei Service แทน โดยการโหลดแอปฯ ก็โหลดได้จาก App Gallery ของ Huawei ซึ่งปัจจุบันมีแอปฯ ทั้งหมด 45,000 แอปฯ และทาง Richard Yu ซีอีโอของ Huawei ก็ประกาศเตรียมงบสูงถึง 1 พันล้านเหรียญฯ ช่วยสนับสนุนนักพัฒนามาช่วยพัฒนาแอปฯ ลงใน App Gallery อนึ่ง Mate 30 Series ยังใช้ระบบปฎบัติการ Android 10 ที่ฝัง EMUI 10 อยู่นะครับ

ที่มา : @Huawei Mobile , The Verge

Facebook Comments