รีวิว Huawei P10 อีกระดับของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน เติมเต็มส่วนที่ขาดจาก P9

จากความสำเร็จของ Huawei P9 ที่มาพร้อมกล้องหลังเลนส์คู่จาก Leica ทำให้แบรนด์ Huawei กลายเป็นที่จดจำและเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปมากขึ้น มาในปี 2017 Huawei ต่อยอดความเป็นสมาร์ทโฟนกล้องหลังเลนส์คู่จาก Lecia อีกครั้งด้วย “Huawei P10” เป็นการอัพเกรดประสิทธิภาพการถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยี Leica 2.0 แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพราะคราวนี้ Leica ยังถูกนำมาใช้กับกล้องหน้าเป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย วันนี้ รีวิว Huawei P10 พร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนได้รู้ถึงความใหม่จากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

รีวิว Huawei P10

Huawei P10 สเปคมีดังนี้

– ขนาดตัวเครื่องโดยรวม 145.3 x 69.3 x 7 mm  น้ำหนัก 145 กรัม

– หน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียดแสดงผล Full HD (1920 x 1080 พิกเซล) 432ppi, กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5

– ถาดซิมเป็นแบบ Hybrid SIM Card Slot รองรับ Nano SIM + microSD Card หรือ Nano SIM 2 ซิมก็ได้

– ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.1

– ชิปประมวลผล Kirin 960 แบบ Octa-Core

– หน่วยประมวลกราฟิก Mali-G71 MP8

– แรม 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB รองรับ microSD Card ได้สูงสุด 256GB

– กล้องหลังเลนส์คู่ ความละเอียดเลนส์ Leica ตัวแรก 20 ล้านพิกเซล, เลนส์ Leica ตัวที่สองความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ค่ารูรับแสง f/2.2, ระบกันสั่น OIS, ระบโฟกัสภาพ PDAF, แฟลชคู่ Dual Tone

– กล้องหน้าเลนส์ Leica ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, ค่ารูรับแสง f/1.9

– รองรับสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Smart Touch

– พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C

– แบตเตอรี่ความจุ 3200 mAh รองรับเทคโนโลยี Super Charge

การออกแบบ

สีที่เราได้มารีวิวเป็นสีดำ (Graphite Black) วัสดุที่ใช้ยังเป็นโลหะครอบคลุมตั้งแต่ด้านหลังจนมาขอบด้านข้าง เป็นลักษณะผิวด้าน ซึ่งการใช้เทคโนโลยีที่ทาง Huawei เรียกว่า “hyper diamond cut” จะมีเฉพาะตัวเครื่องที่เป็นสีฟ้า (Dazzling Blue) และสีทอง (Dazzling Gold) เท่านั้น

การออกแบบ Huawei P10 มุมที่ 4 ด้านมีลักษณะโค้งมน ด้านหลังให้ความรู้สึกเรียบง่าย แฝงความพรีเมี่ยมอยู่ในตัว มีการปรับตำแหน่งของเส้นรับสัญญาณไม่ให้พาดอยู่บริเวณด้านหลัง พร้อมกับโละปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้านหลังออกไปด้วย บริเวณกล้องหลังเลนส์คู่ Leica ตัวเลนส์จะไม่ยื่นออกมา เนื่องถูกครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass ช่วยปกป้องเลนส์จากรอยขีดข่วนต่างๆ

สำหรับด้านหน้าเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 5 ที่ให้ความทนทาน และยังติดฟิลม์มาให้ด้วยเลยตั้งแต่โรงงาน

ภาพรวมของ Huawei P10 ด้านหน้าเป็นหน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.1 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่กำลังพอเหมาะแก่การหยิบถือ ด้านบนของหน้าจอตั้งแต่ด้านซ้ายจะเป็นไฟ LED คอยแจ้งเตือนต่างๆ ถัดมาเป็นกล้องหน้า Leica ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ตรวจจับสภาพแสง และลำโพงสนทนา

ด้านล่างหน้าจอที่เห็นเป็นลักษณะปุ่มวงรี หลายคนคงเข้าใจว่าเป็นปุ่ม home แต่ความเป็นจริงแล้วปุ่มดังกล่าวทำหน้าที่เป็น Fingerprint หรือสแกนลายนิ้วมือนั่นเอง พร้อมพกพกความสามารถที่เรียกว่า Smart Touch มาด้วย ส่วนปุ่ม home, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่ม Recent App เป็นแบบทัชสกรีนอยู่ท้ายสุดบนหน้าจอ

ปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่มพาวเวอร์เปิด-ปิดเครื่องจะอยู่ด้านขวา, ถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid SIM Card Slot จะอยู่ด้านซ้าย, ด้านบนสุดจะเป็นรูไมโครโฟนขนาดจิ๋ว และด้านล่าวสุดเป็นแบ่งเป็นช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, รูไมโครโฟนขนาดจิ๋วตัวที่ 2, พอร์ต USB Type-C และลำโพงเสียง

การแสดงผล

จอของ Huawei P10 เป็นชนิด IPS LCD มาพร้อมความละเอียด Full HD น้อยกว่า Huawei P10 Plus ที่ใช้ความละเอียด 2K Quad HD ซึ่งจากความละเอียด Full HD การมองด้วยตาเปล่าสามารถสัมผัสได้ถึงความชัดเจน ทั้งไอคอนต่างๆ ตัวหนังสือ แม้สีสันจะไม่สดใสเทียบเท่ากับหน้าจอแบบ Super AMOLED แต่ที่ให้มาใน Huawei P10 ก็นับให้ความพอดีแก่การมองเห็น พร้อมกับมีเซนเซอร์ตรวจจับสภาพแสงที่คอยปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสมตามสภาพแสงในบริเวณโดยรอบเพื่อการมองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกสภาพแสง

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ใน Huawei P10 มีความจุ 3200 mAh เพิ่มขึ้นจาก Huawei P9 ที่ให้แบตเตอรี่ความจุมาก 3000 mAh ซึ่งการทำงานผสานกันระว่างชิปประมวลผลและซอฟต์แวร์ช่วยจัดสรรพลังงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การใช้งานทั่วไปมีอัตราการลดลงของแบตเตอรี่ค่อนข้างช้า ช่วยให้ใน 1 วันเราสามารถใช้งานโดยไม่ต้องชาร์จได้ แต่หากในเวลาเร่งด่วนมีความจำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่ ใน Huawei P10 มาพร้อมเทคโนโลยี Super Charge ทำให้แบตเตอรี่ที่อยู่ต่ำกว่า 10% เพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในระยะเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง

อินเทอร์เฟซ และฟีเจอร์ใช้งาน

ซอฟต์แวร์พื้นฐานของ Huawei P10 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.1 อินเทอร์เฟซอันเป็นเอกลักษณ์ที่ Huawei พัฒนาขึ้น ลักษณะของไอคอนแอพที่ถูกจัดวางอยู่บนหน้า home สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยภายในเครื่องจะมีธีมให้เลือกหลายประเภทขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้ หากไม่พอใจในธีมที่ Huawei ให้มา ก็จะมีธีมฟรีให้ดาวน์โหลดเพิ่มได้ นอกจากนี้บางท่านที่ไม่ชอบให้แอพเรียงอยู่หน้า home ต้องการความคลาสสิกในแบบ Android ดั้งเดิม ยังสามารถเข้าไปในเมนูตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งาน App Drawer หน้าต่างรวมแอพทั้งหมดได้ด้วย

สิ่งสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่าง Android 7.0 Nougat กับ EMUI 5.1 ประกอบไปด้วยการสร้างระบบจัดการไฟล์ที่มีประสิทธิภาพ มีตัวเลือกให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการไฟล์ขยะในแคช เพื่อให้การใช้งานมีความลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการทำงานของระบบที่ผสานกับฮาร์ดแวร์และชิปประมวลผลก่อให้เกิดการตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างทันใจ เปิด-ปิดแอพและการใช้งานต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

(ภาพซ้าย) ตัวเลือกสำหรับการใช้งาน App Drawer (ภาพขวา) เมนูจัดการไฟล์ขยะในแคช

ภาพรวมเมนูต่างๆ ที่น่าสนใจ

ปุ่มทรงวงรีที่หลายคนคงคิดว่าเป็นปุ่ม home แต่อย่างที่บอกไปตอนต้นครับว่ามันเรียกว่าปุ่ม “Smart Touch” โดยเราจะเลือกใช้งานหรือไม่ใช้ก็ได้ หากเลือกใช้งานเราควรรู้ไว้ว่าลักษณะการทำงานของมันมีอย่างไรบ้าง

– การแตะหนึ่งครั้ง หมายถึง “การย้อนกลับ”

– แตะค้างไว้ หมายถึง “กลับไปที่หน้า home”

– ทัชบนปุ่ม Smart Touch ไปทางซ้ายหรือขวา หมายถึง “เปิดไปยังหน้าที่เราใช้ล่าสุด”

– ทัชปุ่ม Smart Touch ขึ้น หมายถึง  “เรียกใช้แอพ Google Now”

สำหรับคนนิยมการออกกำลังกาย ใน Huawei P10 มีแอพ Health มาให้ตั้งแต่แรกเลย สามารถวัดจำนวนการก้าวเดินและปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญ สามารถกำหนดเป้าหมายของการออกกำลังกายในแต่ละรูปแบบได้ นอกจากนี้ยังสามารถแชร์ข้อมูลร่วมกันระหว่าง Huawei P10 และ Up by Jawbone, Google Fit และ MyFitnessPal ได้

อินเทอร์เฟซในแอพฟังเพลงใน Huawei P10 มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถปรับเปลี่ยนโทนสีได้เองตามแนวเพลง รวมไปถึงสามารถตั้งค่าลักษณะเสียงได้

บางคนที่ใช้ Android อาจกังวลว่าสมาร์ทโฟนจะติดไวรัสเวลาโหลดแอพหรือเข้าเว็บผ่านแอพเบราวเซอร์ ภายในเมนู “ความปลอดภัย & ความเป็นส่วนตัว” ใน Huawei P10 จะมีเมนู “ตัวสแกนไวรัส” เราสามารถกดเข้าไปสแกนไวรัสเครื่องได้โดยไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก

การสั่งงานด้วยเสียงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยทราบ ภายในเมนู “ความช่วยเหลือแบบอัจฉริยะ” จะมีเมนูย่อยที่เรียกว่า “การควบคุมด้วยเสียง” ซึ่งจะมีเมนูย่อยแตกออกไปอีก มีทั้งการเปิดการรับหรือปฏิเสธสายโทรศัพท์เรียกเข้าด้วยการพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “answer call” หรือ “reject call” นอกจากนี้ในกรณีที่เรามีความจำเป็นต้องโทรศัพท์ด่วน ภายในจะมีเมนู “โทรด่วน” เมื่อเปิดใช้งานเราจะสามารถกดปุ่มลดเสียงค้างไว้ เมื่อมีเสียงเตือน ให้เราเอ่ยชื่อผู้ที่ต้องการโทรหา จากนั้นระบบจะทำการโทรออกให้อัตโนมัติ แต่น่าเสียดายที่การสั่งงานด้วยเสียงยังไม่รองรับภาษาไทย !!

การใช้งานด้านความบันเทิง

หน่วยประมวผลกราฟิกใน Huawei P10 เป็น Mali-G71 MP8 จากการทดสอบด้วยเกม ROV, Super Mario Runและ Asphalt Xtream พบว่าตอบสนองการควบคุมเป็นอย่างดี มีความลื่นในระหว่างการเล่นอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของเสียงที่ออกจากลำโพงเมื่อปรับระดับเสียงจนสุด เสียงมีความดังพอสมควร ไม่มีลักษณะเสียงแตก การดูหนัง ดูละคร ได้ยินเสียงพูด เสียงดนตรีชัดเจน

ดู The Mask Singer ผ่าน Huawei P10 ก็ให้ความรู้สึกไปอีกแบบ

วัดประสิทธิภาพด้วย Antutu Becchmark

คะแนนของ Huawei P10 จาก Antutu Benchmark อยู่ที่ 124254 คะแนน

วัดประสิทธิภาพด้วย 3D Mark

คะแนนของ Huawei P10 จาก 3D Mark อยู่ที่ 1979 คะแนน

กล้องถ่ายภาพ

การถ่ายภาพนับเป็นหัวใจสำคัญของ Huawei P10 กล้องหลังยังมาพร้อมเลนส์คู่มาพร้อมเทคโนโลยี Leica 2.0 เลนส์ตัวแรกมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีเซนเซอร์ตรวจจับภาพขาวดำ (Monochrome) ส่วนเลนส์ตัวที่ 2 มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีเซนเซอร์ตรวจจับภาพสี (RGB) อัพเกรดขึ้นจาก Huawei P9 และมีความเหมือนกับ Huawei Mate 9 และ Mate 9 Pro แต่สิ่งที่เหนือว่าและเป็นตัวชูโรงให้กับ Huawei P10 นั่นคือ โหมด “Portrait” ตัวเลือกการถ่ายภาพบุคคลที่มีคุณสมบัติของการถ่ายภาพ Bokeh และโหมด Beauty รวมไว้ด้วยกัน

การเปิดใช้งานโหมด Portrait และโหมด Beauty จากกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังด้วยโหมด Portrait

โหมดถ่ายภาพขาวดำ  (Monochrome) เป็นอีกสิ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้น สามารถซูมแบบไฮบริด 2X ได้โดยภาพไม่เสียความละเอียด ใช้ร่วมกับโหมด Portrait กับโหมด Beauty ได้ด้วย

อินเทอร์เฟซในโหมดถ่ายภาพขาวดำ สามารถใช้โหมด Portrait และโหมด Beauty พร้อมกันได้

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังด้วยโหมดถ่ายภาพขาวดำ พร้อมโหมด Portrait

นอกจากนี้การถ่ายภาพด้วยกล้องหลังยังมีโหมด “Wide aperture” อีกหนึ่งลูกเล่นของการหน้าชัดหลังเบลอด้วยเทคนิคการปรับค่ารูรับแสง รวมไปถึงยังมีโหมดอื่นๆ มาให้ใช้อย่างครบครันไม่ต่างจาก Huawei P9 และ Huawei Mate 9

ส่วนหนึ่งของอินเทอร์เฟซในกล้องหลังของ Huawei P10

สำหรับการถ่ายวีดีโอนั้น Huawei P10 จะมีลูกเล่นให้เราเลือกใช้งาน ได้แก่ โหมด Beauty และโหมด Wide aperture แต่จะเลือกใช้งานได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถเลือกใช้สองโหมดพร้อมกันได้ และระบบจะบังคับให้ถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด 720p เท่านั้น หากไม่มีการเปิดใช้งานโหมดใดๆ จะสามารถถ่ายวีดีโอได้ในความละเอียดสูงสุด UHD 4K

กล้องหน้า

เป็นครั้งแรกของโลกที่ Huawei P10 นำเทคโนโลยี Leica มาใช้ร่วมกับกล้องหน้าที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซลด้วย ภายในอินเทอร์เฟซของกล้องหน้าจะมีโหมด Portrait กับโหมด Beauty มาให้ สามารถเปิดใช้งานพร้อมกันได้ ช่วยให้ภาพเซลฟี่มีลักษณะหน้าชัดหลังเบลอให้เองอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าด้วยโหมด Portrait

สรุปภาพรวม รีวิว Huawei P10

ในด้านการออกแบบด้านไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด มีการตัดปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้านหลังออกไป พร้อมการมาของปุ่ม Smart Touch ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนกับ Huawei Mate 9 Pro การต่อยอดของกล้องถ่ายภาพเป็นหัวใจสำคัญที่พัฒนาขึ้นถัดจาก Huawei P9 ไม่ว่าจะเป็นกล้องหน้า, กล้องหลัง, การถ่ายภาพขาวดำ, ถ่ายภาพบุคคล รวมไปถึงการถ่ายวีดีโอ นอกจากนี้เรื่องของสีตัวเครื่องเป็นสิ่งที่ Huawei P10 หันมาใส่ใจมากขึ้น ทำให้คนไทยจะได้สัมผัสกับสีต่างๆ มากขึ้น ได้แก่ Mystic Silver , Prestige Gold, Dazzling Blue, Prestige Gold และ Graphite ส่วนสีเขียว (Greenery) จะตามมาทีหลัง ซึ่งหัวเว่ยจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

ข้อดีของ Huawei P10

– งานออกแบบตัวเครื่องที่มีความพรีเมี่ยมและเรียบง่าย

– หน้าจอให้ความชัดเจน

– แบตเตอรี่ความจุเพิ่มขึ้น ทำให้การใช้งานทั่วไปอยู่ได้นานมากขึ้น

– การทำงานร่วมกันของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทำให้การเรียกใช้หรือปิดแอพทำได้รวดเร็ว แถมมีระบบจัดการไฟล์ที่ช่วยเคลียร์ไฟล์ขยะในแคช เพื่อให้เครื่องมีความเสถียรอย่างต่อเนื่อง

– การใช้งานด้านมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ใช้งานได้ดี เสียงที่ออกมานับว่าดังชัดเจน ไม่แตกแม้เปิดในระดับสุดก็ตาม

– กล้องหลังเลนส์คู่ Leica 2.0 ที่ได้อัพเกรดขึ้น การถ่ายภาพทั่วไปมีความคมชัด เรียกใช้เมนูต่างๆ ได้ง่าย ขณะที่กล้องหน้า Leica ช่วยเพิ่มอีกมิติหนึ่งของการเซลฟี่ด้วยโหมด Portrait

– ถ่ายวีดีโอ 4K ได้

ข้อด้อยของ Huawei P10

– ปุ่ม Smart Touch ยังอาจสร้างความสับสนให้ผู้ใช้มือใหม่

– กล้องหน้า Leica แม้จะช่วยเพิ่มอีกมิติหนึ่งของการเซลฟี่ แต่ยังไม่มีโหมด Auto Focus มาให้ และการเซลฟี่ด้วยโหมด Portrait หากซูมเข้าไปในภาพจะสังเกตเห็นว่าการปรับฉากหลังให้เบลออัตโนมัติ ส่วนที่เบลอกินพื้นที่เข้ามาถึงบริเวณศีรษะของคนในภาพเล็กน้อยด้วย

Huawei P10 วางจำหน่ายในไทย 31 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป แบ่งเป็นดังนี้

– Huawei P10 มีรุ่น 32GB ราคา 17,900 บาท มีสี Mystic Silver และ Prestige Gold

– Huawei P10 รุ่น 64GB ราคา 19,900 บาท มีสี Dazzling Blue, Prestige Gold และ Graphite Black

ขอบคุณ Huawei ประเทศไทย สำหรับ Huawei P10 ในการรีวิวครั้งนี้

Facebook Comments