iPad Air 2 ตัวต่อตัวกับ Nexus 9

หนึ่งถึงสองวันที่ผ่านมา Google และ Apple ต่างเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ชนิดที่เรียกว่ายอมกันไม่ได้ Google เปิดตัว Nexus 9 ที่ได้รับความร่วมมือในการออกแบบและผลิตส่วนของฮาร์ดแวร์จาก HTC ขณะที่ Apple ต่อยอด iPad Air ด้วย iPad Air 2 ที่มาพร้อมความบางเฉียบที่สุดในโลก

009

เปรียบเทียบ iPad Air 2 กับ Nexus 9 

การออกแบบ

iPad Air 2 : พัฒนาขึ้นด้วยวัสดุประเภทอลูมิเนียม เน้นความบางที่เรียกว่าเป็นแท็บเล็ตที่บางที่สุดในโลกเวลานี้ ด้วยความบางเพียง 6.1 มิลลิเมตร หากเทียบกับ iPad รุ่นแรกแล้ว ต้องใช้ iPad Air 2 ถึงสองเครื่องในการวางซ้อนกันเพื่อให้ได้ความหนาที่เท่ากัน ซึ่งหากการออกแบบภายนอก ถ้าไม่นับรวม Touch ID หรือสแกนลายนิ้วมือแล้ว iPad Air 2 แทบไม่มีอะไรที่ต่างจาก iPad Air

002

 

Nexus 9 : การที่ Google มอบหมายให้ HTC ออกแบบและผลิตฮาร์ดแวร์ ทำให้เราได้เห็นการนำ Unibody ที่ใช้กับ HTC One และ HTC One M8 มาใช้กับแท็บเล็ตรุ่นล่าสุด แม้จะดูหรูหราขึ้น แต่นั่นทำให้น้ำหนักของ Nexus 9 เพิ่มขึ้นตามมา ขณะที่ความบางอยู่ที่ 7.9 มิลลิเมตร

001

 

การแสดงผล

iPad Air 2 : ขนาดเท่าเดิมทั้ง 9.7 นิ้ว และความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล (264 ppi) แต่มีการเพิ่มเทคโนโลยีลดการสะท้อนแสงได้ดีขึ้นถึง 56%

003

 

Nexus 9 : มีขนาด 8.9 นิ้ว หน้าจอประเภท Gorilla Glass 3 ป้องกันรอยที่อาจเกิดจากการขีดข่วน ความละเอียด QXGA 2048 x 1536 พิกเซล สัดส่วหน้าจอปรับมาใช้ 4:3 แทน 16:9

004

 

การประมวลผลและหน่วยความจำ

iPad Air 2 : ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ A8X แบบ 64 บิต ประเภท dual-core ที่ปรับปรุงมาจากชิปเซ็ตที่ใช้ใน iPhone 6 ประมวลผลเร็วขึ้น 40% และด้านกราฟฟิกเร็วขึ้น 2.5% รวมไปถึงเร็วกว่า iPad รุ่นแรกถึง 12 เท่า มีหน่วยความจำ 1GB ไม่เปลี่ยนแปลง

005

 

Nexus 9 : ใช้ชิปประมวลผลแบบ 64 บิต NVIDIA Tegra K1 Denver CPU ประเภท dual-core ความเร็ว 2.3GHz เร็วกว่ามากกว่าซีพียูแบบเดิมที่เป็น dual-cre หรือ 8 core ถึง 2 เท่า มีหน่วยความจำ 2GB

006

 

ระบบปฏิบัติการ

เป็นอีกครั้งที่ Apple และ Google ท้าชนด้วยระบบปฏิบัติที่ใหม่ทั้งคู่ Apple มี iOS 8.1 ซึ่งน่าจะถูกใช้ใน iPad Air 2 ในทันที ขณะที่ Nexus 9 มาพร้อม Android 5.0 Lollipop ที่เปิดตัวสำหรับภาคประชาชนไปเมื่อเร็วๆนี้

ซึ่ง iOS 8.1 เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดแบบเร่งด่วนที่เกิดขึ้นหลังจากปล่อย iOS 8 ให้กับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ iDevice พร้อมการกลับมาของ Cameral Roll (ม้วนฟิลม์) ในแอพ Photos มีฟังก์ชันเพิ่มขึ้นอย่าง ระบบชำระเงิน Apple Pay (แต่จะจำกัดให้ใช้ได้เฉพาะสหรัฐอเมริการในตอนนี้) รวมถึง iCloud Photo Library เวอร์ชัน Beta ด้วย

ios-8-1-october-20

ส่วน Android 5.0 Lollipop เป็นการปรับเปลี่ยนอินเตอร์เฟซครั้งสำคัญของ Google ที่ใช้ชื่อการออกแบบที่เรียกว่า Material Design สำหรับสร้างส่วนติดต่อกับผู้ใช้ให้มีความเรียบง่าย สดใส ชัดเจน เข้าถึงง่ายมากกว่ารูปแบบเดิมๆที่ผ่านมา รวมไปถึงการจัดสรรการใช้พลังงานที่ดีขึ้นทำให้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ Android ที่อัพเดตมาเป็น Android 5.0 Lollipop แล้ว ช่วยขยายชั่วโมงการใช้งานให้ยาวนานขึ้นถึง 90 นาที

android-lollipop-2014

 

กล้อง

iPad Air 2 : กล้องหลังยังใช้เซนเซอร์ iSight ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4 ไม่มีแฟลช รองรับการบันทึกวีดีโอแบบ Slo-mo 120fps, กล้องหน้า ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล FaceTime HD รูรับแสง f/2.2 ให้ภาพที่ดีขึ้นแม้ในสภาพแสงน้อย

007

 

Nexus 9 : กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล f/2.4 ออโต้โฟกัส LEDแฟลช, กล้องหน้า 1.6 ล้านพิกเซล f/2.4

008

 

ราคา

iPad Air 2 : เวอร์ชัน Wi-Fi 16GB เริ่มต้นที่ 499 ดอลลาร์สหรัฐ, 64GB ราคา 599 ดอลลาร์สหรัฐ, 128GB ราคา 699 ดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของเวอร์ชัน Wi-Fi + Cellular 16GB เริ่มต้นที่ 629 ดอลลาร์สหรัฐ, 64GB ราคา 729 ดอลลาร์สหรัฐ และ 128GB ราคา 829 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจากการประเมินแล้วราคา iPad Air 2 เท่ากับ iPad Air ตัวแรก เมื่อตอนเปิดตัวปีที่แล้ว

Nexus 9 : เวอร์ชัน Wi-Fi 16GB เริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ, 32GB ราคา 479 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในรุ่น LTE 32GB อยู่ที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบแล้ว Nexus 9 ยังถูกว่า iPad Air 2

ในภาพรวมทั้งหมดระหว่าง iPad Air 2 กับ Nexus 9 ค่อนข้างสูสีกันมาก ความต่างที่เห็นจากภายนอกคงจะเป็นเรื่องของดีไซน์ ที่ Apple เน้นความบาง (ไม่รู้ว่าจะงอได้อีกหรือเปล่า) ส่วน Google และ HTC ยอมให้น้ำหนักของตัวเครื่องมากขึ้น แต่แลกมาด้วยดีไซน์ที่ดูหรูหราขึ้น ขณะที่ราคาแน่นอนว่า Nexus 9 ยังเดินรอยคอนเซปต์ของความเป็นแท็บเล็ตราคาประหยัด ส่วน iPad Air 2 ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นไฮเอนด์ เพื่อแสดงความเป็นผู้นำในตลาดแท็บเล็ตต่อไป

 

 

Facebook Comments