สัมผัสแรก Nokia 8 ยกระดับเพื่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

ไม่กี่สัปดาห์หลัง Nokia 8 เปิดตัวในต่างประเทศ ในที่สุดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์รุ่นล่าสุดจาก Nokia ได้ฤกษ์อวดโฉมและวางจำหน่ายในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้ aripfan จะพาผู้อ่านทุกท่านมาชมพรีวิวกันคร่าวๆ ว่า Nokia 8 มีอะไรน่าสนใจกันบ้างครับ

Nokia 8

จุดเด่นของ Nokia 8 แบ่งออกเป็น 4 เรื่อง ดังนี้

1.วัสดุ

ตัวเครื่อง Nokia 8 เลือกใช้เป็นอลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก มีน้ำหนักเบา เพื่อความสะดวกในการหยิบจับ ด้านหน้าเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 5 ซึ่งด้านหลังที่เป็นอลูเนียม Nokia 8 จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ พื้นผิวแบบด้าน และพื้นผิวแบบเงาวาว

2.ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon รุ่นล่าสุด

เพื่อแสดงถึงความเป็นสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ Nokia 8 เลือกใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 835 ถือเป็นชิปที่มีประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูง ทั้งด้านความเร็วในการประมวลผล, การประหยัดพลังงาน และการระบายความร้อน เพื่อรองรับการทำงานในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป ไปจนถึงการเล่นเกมเป็นเวลานานต่อเนื่อง

3.กล้องคู่ เลนส์ Zeiss

ใน Nokia 8 มาพร้อมกล้องหลังคู่ เลนส์ Zeiss ภายใต้ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, ค่ารูรับแสง f/2.0 พร้อมแฟลชคู่ Dual LED สามารถบันทึกวีดีโอในระดับความละเอียด 4K ได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่เป็นจุดขายอย่าง “Bothie” การถ่ายทอดด้วย Facebook Live หรือ YouTube ในลักษณะของการเปิดกล้องหน้าและกล้องหลังไปพร้อมกัน แต่สำหรับการใช้ Facebook Live จะสามารถใช้ได้เฉพาะกับส่วนตัวเท่านั้น ยังไม่รองรับการ Live ผ่านแฟนเพจ

4.ระบบเสียง OZO

Nokia 8 มีไมโครโฟนขนาดจิ๋วติดตั้งอยู่ถึง 3 จุด พร้อมนำเทคโนโลยี OZO Audio เข้ามาเสริมทัพสำหรับการบันทึกเสียงแบบ 360 องศา ทำให้การบันทึกวีดีโอสามารถเก็บรายละเอียดเสียงและให้เสียงที่มีมิติครบ ไม่ทุ้มหรือมีเสียงแหลม

นอกจากทั้ง 4 เรื่องที่แนะนำไปแล้ว ใน Nokia 8 ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ อาทิ

– ระบบปฏิบัติการ Android Nougat 7.1.1 เป็นแบบ Pure Android ที่การันตีว่า Nokia ตั้งแต่รุ่น 3, 5, 6 และ 8 จะอัพเดท Android อีกอย่างน้อยๆ 3 รุ่น

– แรมให้มา 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มด้วย microSD Card ความจุสูงสุด 256GB

– มาตรฐานกันน้ำ IP54 ป้องกันละอองน้ำได้

– มีสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มโฮม

– ระบบชาร์จเร็ว Qualcomm Quick Charge 3.0

– แบตเตอรี่ความจุ 3090 mAh

– พอร์ต USB Type C 3.1

เรื่องน่ารู้อีกด้านของกล้องหลังคู่ ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะถ่ายภาพโดยใช้เลนส์ที่เน้นภาพสี หรือภาพขาวดำอย่างใดอย่างหนึ่งแยกกันได้ หรือจะเลือกใช้ประสิทธิภาพของกล้องทั้งสองตัวตามปกติก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีโหมดถ่ายภาพ BOKEH หรือการถ่ายภาพนิ่งแบบหน้าชัดหลังเบลอได้

ตัวอย่างภาพภ่าย 

ส่วนของการบันทึกวีดีโอสามารถถ่ายวีดีโอ Slow-Motion ที่ 120fps พร้อมบันทึกเสียงด้วย OZO Audio ได้ นอกจากนี้ยังใช้ Time-Lapse ได้ด้วย แต่สำหรับผมแอบเสียดายเล็กน้อยที่ Nokia 8 ยังไม่มีโหมด Pro สำหรับถ่ายภาพนิ่งมาให้ใช้

สำหรับสีที่นำเข้ามาวางจำหน่ายในช่วงแรกจะมีด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน (แบบด้าน), สีน้ำเงิน (แบบเงาวาว) และสีเงิน (แบบด้าน) ส่วนสีทองแดง (แบบเงาวาว) จะนำเข้ามาในเร็วๆ นี้ และราคาของทุกแบบอยู่ที่ 19,500 บาท เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้

Facebook Comments