Olympus ไทย เปิดตัว Olympus Tough TG-5 กล้องพันธุ์แกร่งด้วยคุณสมบัติกันน้ำ กันฝุ่น กันกระแทก

บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำกล้อง Tough ซีรีส์ตัวใหม่ล่าสุด “Olympus Tough TG-5” มีกำหนดวางขายกลางเดือนมิถุนายน 2017 กล้องตัวนี้ประกอบไปด้วยเลนส์ไวแสง f/2.0, TruePic VIII ระบบประมวลผลความเร็วสูงตัวใหม่ล่าสุดและเป็นตัวเดียวกับที่ใช้ OM-D E-M1 Mark ll และ Backlit CMOS เซ็นเซอร์รับภาพความเร็วสูง, Field Sensor System สำหรับบันทึกข้อมูลของกิจกรรมสุดลุย คงศักยภาพความเป็นกล้องพันธุ์แกร่งไว้ด้วยคุณสมบัติกันน้ำ กันฝุ่น กันกระแทก กันการกดทับ กันฝ้าและสามารถใช้ในสภาวะอากาศ -10 ºC มั่นใจได้ว่า จะสามารถถ่ายภาพที่มีคุณภาพสูงในทุกสภาวะสุดลุย 

“Olympus Tough TG-5” ยังคงความเป็นกล้องพันธุ์แกร่งขนาดเล็กที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ พร้อมศักยภาพที่เหมาะกับทุกกิจกรรม สุดลุย ตอกย้ำความเป็น Tough Series ที่พร้อมลุยไปทุกที่ไม่ว่าจะขึ้นเขา เข้าป่า ลงน้ำ ลุยหิมะ เพิ่มเติมความเร็วด้วยหน่วยประมวลผลและเซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ล่าสุดของโอลิมปัส, Field Sensor System ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ให้กับภาพ ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้นด้วยความสามารถกันฝ้าขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะอากาศชื้น 4K Movie การบันทึก VDO ที่มีรายละเอียดสูงขึ้นไปอีกระดับ ฟังก์ชั่นต่างๆ ถูกปรับมาให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมบันทึกภาพทุกกิจกรรมสุดลุย

รายละเอียดฟีเจอร์หลัก

1. เลนส์ความไวแสงสูง f/2.0, TruePic VIII โปรเซสเซอร์ประมวลผลความเร็วสูงและ Backlit CMOS เซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ โปรเซสเซอร์ประมวลภาพความเร็วสูงและเซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ล่าสุด และเลนส์ไวแสงจะช่วยให้การอ่านและรับส่งข้อมูลที่ รวดเร็วขึ้น เติมเต็มศักยภาพในการถ่ายภาพในทุกสภาวะ ทำให้ได้ภาพที่ดีขึ้นกว่าเคย

1.1 TruePic VIII โปรเซสเซอร์ประมวลผลความเร็วสูง และ Backlit CMOS เซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ล่าสุด
TG-5 ใช้โปรเซสเซอร์ TruePic Vlll ซึ่งเป็นระบบประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดของโอลิมปัส ผสานการทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ Backlit CMOS ทำให้การอ่านและรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น พร้อมเลนส์ความไวแสงสูง f/2.0 ที่ทำให้ภาพถ่ายมีคุณภาพสูง และสัญญาณรบกวนต่ำ อีกทั้งมี Dynamic range ที่กว้างขึ้น ช่วยลดการเกิด Noise เพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพในพื้นที่มืด โปรเซสเซอร์ประมวลภาพที่มีความเร็วสูง ช่วยให้ถ่ายภาพในสภาวะที่วัตถุมีความ contrast กันต่ำได้ดี มีความไวแสงสูง สามารถตั้งค่า ISO ได้สูงสุดที่ ISO 12800 และสามารถถ่ายภาพ RAW ได้

1.2 เลนส์ความไวแสงสูง f/2.0 ให้มุมถ่ายภาพที่กว้างขึ้น และมีความยาวโฟกัสตั้งแต่ 25mm ถึง 100mm เลนส์ความไวแสงสูงช่วยเพิ่มศักยภาพให้การชัตเตอร์ได้เร็วขึ้น เพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพใต้น้ำ หรือกิจกรรมสุดลุยต่างๆ ที่ต้องการจับภาพในความเร็ว โดยสามารถถ่ายจับภาพได้ในขณะที่วัตถุกำลังเคลื่อนตัวในความเร็ว ชิ้นเลนส์ที่ใช้ในกล้องตัวนี้ผลิตด้วยสุดยอดเทคโนโลยีของโอลิมปัส ซึ่งประกอบด้วย DSA (Dual Super Aspherical), HD (High Refractive / High Dispersion) และ HR (High Refractive Index) ช่วยทำให้ภาพยังคงคุณภาพที่ดีเอาไว้ แม้จะถ่ายภาพในระยะซูม

2. The Field Sensor System ระบบบันทึกข้อมูล พิกัดตำแหน่งของภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวด้วย Data Logging

Field Sensor System ประกอบไปด้วย GPS, Manometer (ตัววัดระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล), Temperature Sensor (ระบบ วัดอุณหภูมิ) และ E-Compass (ระบบเข็มทิศอิเล็คโทรนิคที่ช่วยระบุทิศทาง) ซึ่งใช้ในการบันทึกข้อมูลต่างๆ ระหว่างการบันทึกภาพ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะแสดงผลบนมอนิเตอร์ของกล้องและสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น Olympus Image Track (OI.Track) ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลต่างๆ ที่บันทึกไว้ได้โดยการกดปุ่ม INFO

Field Sensor System

– GPS
ระบบ GPS, GLONASS และ QZSS ถูกนำมาใช้ในการคำนวณละติจูดและลองติจูดจากสัญญาณดาวเทียม เพื่อการระบุพิกัดสถานที่ ที่มีความแม่นยำสูง นอกจากนี้ Assist GPS  เป็นตัวสำคัญที่จะช่วยลดเวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลจากสัญญาณดาวเทียมผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยใช้แอปพลิเคชั่นในคอมพิวเตอร์ของ โอลิมปัส ที่ชื่อว่า A-GPS Utility หรือแอปพลิเคชั่น OI.Track

– Manometer (เซ็นเซอร์วัดระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล)

ระดับความสูงและความลึกของระดับน้ำสามารถคำนวนได้จากข้อมูลความกดอากาศและความดันน้ำ

– Temperature Sensor (เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ)

เซ็นเซอร์จะทำการบันทึกทั้งอุณหภูมิอากาศ และอุณหภูมิของน้ำ ตัวเซ็นเซอร์ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อการเก็บบันทึกข้อมูลที่แม่นยำ โดยจะลดสิ่งที่มีผลกระทบต่ออุณหภูมิของตัวกล้อง

– E-Compass (ระบบเข็มทิศอิเล็คโทรนิค)

เซ็นเซอร์ตรวจจับทิศทางการหันของเลนส์กล้องที่อำนวยความสะดวกให้การตรวจสอบการวางแนวทางและทิศทาง

Olympus Image Track Ver 2.2, Smartphone app

TG-5 มีระบบ Wi-Fi ในตัว สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์โฟนผ่านแอปพลิเคชั่น Olympus Image Track (OI.Track) โดยสามารถโอนถ่ายข้อมูลที่บันทึกมากับภาพและวิดีโอได้อย่างง่ายๆ หน้าจอจะแสดงผลภาพถ่าย / วิดีโอ และ Log Data ในหน้าเดียวกัน ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนการแสดงผลของ log ให้เป็นข้อมูลทางภูมิศาสตร์ หรือข้อมูลระดับความสูง ความลึกได้ตามความเหมาะสม ผู้ใช้สามารถดูข้อมูล Log Data ที่บันทึกไว้ในสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น Olympus Image Track นอกจากนั้น ยังสามารถ ใส่ข้อมูลต่างๆ ที่บันทึกมาลงไปบนภาพ เพื่อแชร์ลงในโซเชียล มีเดียได้เช่นกัน แถมยังสามารถลดขนาดไซส์ของภาพและดู VDO ที่บันทึกในแอปพิลเคชั่นได้เช่นกัน

3. คุณสมบัติพร้อมลุย : ลงน้ำลึกได้ถึง 15 เมตร, ป้องกันฝุ่นละออง, ป้องกันการกระแทกได้ถึง 2.1 เมตร, ป้องกันการกดทับ ได้ถึง 100 kgf สามารถใช้ในสภาวะอากาศที่ติดลบได้ถึง -10 ºC และสามารถกันฝ้าเมื่ออยู่ในสภาวะอากาศชื้น

กล้องตัวนี้สามารถลงน้ำลึกได้ถึง 15 เมตร (โดยไม่ต้องใส่ Housing) จากโครงสร้างแบบสูญญากาศปิดสนิทยังช่วยในการป้องกันฝุ่น เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในทะเลทราย หรือที่ที่มีฝุ่นเยอะๆ นอกจากนี้ ศักยภาพของการกันกระแทกยังทำงานได้ดี ด้วยโครงสร้างสองชั้น ทำให้สามารถกันกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องกล้องจากการตกจากที่สูงถึง 2.1 เมตร รับประกันการใช้งานในสภาพอากาศเย็นได้สูงสุดถึง -10 °C มั่นใจในการใช้กล้องในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นในภูเขา ถ่ายภาพใต้น้ำ บนหาดทราย หรือแหล่งธรรมชาติต่างๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่น สถานที่สภาพอากาศเย็นมากๆ โดยที่อุปกรณ์ดิจิทัลอื่นๆ ไม่สามารถทำได้

4. 4K Movie การบันทึก VDO ที่มีรายละเอียดที่สูงขึ้นไปอีกระดับ และ VDO แบบ High-Speed
ด้วยศักยภาพการถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ 4K Movie ทำให้ไฟล์ภาพที่ได้มีความคมชัดที่มากขึ้นถึงสี่เท่า ความละเอียดสูงถึง Full HD ที่ความเร็ว 120 fps ซึ่งช่วยให้สามารถถ่ายภาพที่ยากที่จะเห็นได้ด้วยตาเปล่า และนอกจากนี้ ยังมีโหมด Pro Capture สำหรับ จับภาพจังหวะก่อนหน้าในเสี้ยววินาทีของวัตถุหรือฉากที่มีการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง และสามารถเล่นภาพแบบสโลว โมชั่น ได้เช่นกัน

Other Features

1. โหมดถ่ายภาพมาโครที่เหนือกว่าการถ่ายภาพมาโครทั่วไป

Olympus Tough TG-5 ประกอบด้วย โหมดถ่ายภาพมาโคร 4 โหมด ด้วยอัตราขยายสูงสุดถึง 7 เท่า ด้วยอัตราขยายที่มากกว่า ผลลัพธ์ของภาพมาโครที่ได้จึงน่าอัศจรรย์มากยิ่งขึ้น ช่วยให้ถ่ายวัตถุที่มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า LED Light Guide LG-1 และ Flash Diffuser FD-1 ช่วยให้ถ่ายภาพได้หลากหลายมากขึ้น เมื่อถ่ายวัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆ ผู้ใช้สามารถ ต่อตัวกล้องกับสาย HDMI เพื่อให้ภาพขึ้นจอใหญ่ในขณะถ่าย

– Microscope mode โหมดกล้องจุลทรรศน์

จะช่วยให้สามารถถ่ายภาพที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้ โดยการเว้นระยะห่างจากหน้าเลนส์และวัตถุเพียง 1 เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งเหมาะอย่างมากในการใช้ถ่ายส่วนต่างๆ ของแมลง เส้นใบของใบไม้ เกล็ดหิมะ หรือรายละเอียดต่างๆ ของธรรมชาติ ที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า

– Microscope control mode

สามารถขยายวัตถุที่มีขนาด 1 มิลลิเมตร ได้มากสุดถึง 44.4 มิลลิเมตร โดยจอมอนิเตอร์จะแสดงภาพของวัตถุ สำหรับการปรับกำลังการขยายนั้น สามารถทำได้ เพียงแค่กดแป้นลูกศร (arrow pad) เพิ่มกำลังขยายตั้งแต่ 1x เท่า ถึง 4x

– Focus stacking mode

โหมด Focus stacking จะช่วยรวมภาพ 8 ภาพที่ถ่ายติดต่อกันเป็นภาพเดียว ซึ่งจะช่วยทำให้ได้ภาพที่ชัดทั้งวัตถุ รวมถึง ฉากหน้าและฉากหลัง โดยได้ความละเอียดสูงสุดเทียบเท่า 12 ล้านพิกเซล

– Focus bracketing mode

การถ่ายในโหมด Focus bracketing นั้น สามารถจับภาพได้มากถึง 30 รูป ในขณะที่เลื่อนโฟกัสจากฉากหน้าไปฉากหลัง โดยสามารถเลือกเปลี่ยนจำนวนของการถ่ายภาพได้ 3 ระดับ ซึ่งโหมดนี้ช่วยให้สามารถโฟกัสในสภาวะที่วัตถุมีสีที่มี contrast น้อยๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น การถ่ายกลีบดอกไม้ที่มีแค่เพียงสีเดียว

2. การเชื่อมต่อกับสาย HDMI

การต่อภาพขึ้นจอจะช่วยทำให้เห็นภาพจริงก่อนถ่ายได้ชัดมากขึ้น โดยได้ความละเอียด 4K และไฟ LED Light Guide, LG-1 ที่ติดอยู่ด้านหน้าจะทำให้เห็นรายละเอียดของวัตถุได้ดียิ่งขึ้น

ดีไซน์ของกล้องถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

กริปด้านหน้าและตัวกล้องที่หนาขึ้น ช่วยให้สามารถถือกล้องได้ถนัดมากขึ้น ดีไซน์ของกล้องถูกออกแบบ เพื่อรองรับการใช้งานในกิจกรรมต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ปุ่มคอนโทรลของกล้องถูกปรับให้ใช้ง่ายได้สะดวกขึ้น เช่น ปุ่มการชดเชยแสง รวมถึงปุ่มล็อกที่สามารถใช้งาน และปรับกล้องได้ในขณะที่ผู้ใช้ใส่ถุงมือ

– โหมดถ่ายภาพใต้น้ำที่ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้นและได้ภาพใต้น้ำที่สวยขึ้น

– เส้นกริดที่อำนวยความสะดวกช่วยในการเช็คองค์ประกอบของภาพเวลาถ่าย

– Micro USB connector สำหรับการใช้งานอย่างอเนกประสงค์

– Focus Peaking and MF assistance ช่วยในการโฟกัสที่ดีขึ้น

– Pro Capture สำหรับจับภาพจังหวะก่อนหน้าในเสี้ยววินาทีของวัตถุหรือฉากที่มีการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง

– Live Composite สำหรับถ่ายดาว หรือพลุ

– HDR shooting ที่ช่วยในการรวมภาพอย่างมีประสิทธิภาพ

– Olympus Image Share Ver 3.1 สามารถใช้เป็นรีโมท คอนโทรลในการถ่ายภาพได้

– Art Filters ทั้ง 14 แบบที่ทำให้ภาพมีอารมณ์และความรู้สึกที่ต่างกันไป

อุปกรณ์เสริมต่างๆ ของ Olympus Tough TG-5 ช่วยให้การถ่ายภาพสะดวกและง่ายยิ่งขึ้นทุกที่ ทุกเวลา

1. Underwater Converter Lenses (ไม่รวมอยู่ในกล่อง)

Converter Lenses จะช่วยให้การถ่ายภาพใต้น้ำได้มุมใหม่ๆ และสะดวกมากกว่าเคย Fisheye Converter, FCON-T01 เพิ่ม ความสนุกให้กับการถ่ายภาพมุมกว้างถึง 130° และ Tele Converter, TCON-T01 ทำให้สามารถถ่ายได้ถึง 170mm*10 เทียบเท่า การถ่ายภาพแบบเทเล อุปกรณ์ทั้ง 2 อย่างนี้มีคุณสมบัติกันน้ำ สามารถติดตั้งและถอดออกได้ขณะที่อยู่ใต้น้ำ โดยต้องใช้ Tele Converter Adapter CLA-T01, lens cap LC-40.5 และสามารถใช้กับ Protection Filter PRF-D40.5 PRO, CLA-T01.

2. อุปกรณ์เสริมไฟสำหรับการถ่ายมาโคร (ไม่รวมอยู่ในกล่อง)

The LED Light Guide LG-1 uses the camera’s built-in LED light ดีไซน์ที่หนาขึ้น ช่วยให้การให้แสงกับวัตถุมีความเท่ากันทั้งหมด โดยสามารถโฟกัสได้ โดยเข้าใกล้วัตถุถึง 1 เซนติเมตร ช่วยให้การถ่ายมาโครนั้นดียิ่งขึ้น Flash Diffuser FD-1 ช่วยในการกระจายแสงแฟลชที่มากับตัวกล้องได้ดี รวมถึงเพิ่มความคมชัด ไม่เบลอ สามารถถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้ดีและช่วยให้ตัววัตถุเด่นขึ้นในฉากหลังที่มีความมืด

3. Underwater Case(ไม่รวมอยู่ในกล่อง)

เคสกันน้ำ PT-058 สามารถลงน้ำลึกได้ 45 m การเคลือบผิวตัวกล้องด้านหน้าสีดำช่วยลดแสงสะท้อน สามารถปรับการชดเชยแสงได้ ใต้น้ำ External Flash UFL-3, Underwater Wide Converter Lens PTWC-01 และ Underwater Macro Converter Lens PTMC-01 สามารถใช้ร่วมกันได้

4. อุปกรณ์เสริมอื่นๆ

1) ซิลิโคนแจ๊คเกต CSCH-126 (ไม่รวมอยู่ในกล่อง)

ซิลิโคนแจ๊คเกต จะช่วยปกป้อง Olympus Tough TG-5 ได้ดีจากรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นกับตัวกล้อง ครอบคลุมที่ตัวกริปของกล้องช่วยให้จับถนัดมือขึ้น LED Guide Light LG-1 และ Flash Diffuser FD-1  สามารถใช้กับซิลิโคนแจ๊คเกจตัวนี้

2) เคสกระเป๋าตาข่าย CSCH-121 (ไม่รวมอยู่ในกล่อง)

เคสนี้ถูกออกแบบมา เพื่อใช้งานในสภาวะที่ต้องถ่ายภาพในน้ำ ผลิตจากยางซิลิโคนชั้นดีและออกแบบให้มีรูปแบบของตาข่าย เพื่อช่วยในการถ่ายเทน้ำออกได้ง่ายและแห้งเร็ว

3) Sport Holder, CSCH-123 (ไม่รวมอยู่ในกล่อง)

สายคล้องนี้สามารถติดเข้ากับตัวกล้องเข้ากับกระเป๋าได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยสามารถปลดออกจากตัวกระเป๋าได้ด้วย มือเดียว ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วในการถ่ายภาพ โดยไม่ต้องกังวลว่าตัวกล้องจะหลุดมือ

Facebook Comments