รีวิว : Fender Puresonic Wireless หูฟังไร้สายฟังสบาย กับดีไซน์ที่จัดเองได้

ลองเทสหูฟังไร้สายตัวแรกจาก Fender แบรนด์กีตาร์ระดับโลกอย่าง Fender Puresonic Wireless มาพร้อมดีไซน์สวยงาม (ยันกล่อง) และจุกหูฟังที่เปลี่ยนได้หลายแบบ

หากเป็นคนทั่วไป อาจไม่รู้จักแบรนด์ “Fender” กันมากนัก แต่ในวงการนักดนตรี หากได้ยินชื่อนี้ก็คงนึกถึง ‘กีตาร์ไฟฟ้า’ เป็นอันดับแรก เพราะเป็นแบรนด์กีตาร์ระดับโลก ซึ่งก่อตั้งโดย Leo Fender ตั้งแต่ปี 1938 นู้นเลย ครองใจนักกีตาร์มากว่า 50 ปีแล้ว ทีนี้ทางแบรนด์อยู่ ๆ ก็เปิดตัว ‘หูฟังไร้สาย’ ของตัวเองเป็นครั้งแรก และรุ่นแรกที่เปิดตัวก็คือ Fender Puresonic Wireless เป็นหูฟังไร้สายแบบคล้องคอพร้อมไมโครโฟนในตัว มาพร้อมดีไซน์สวยงามสะดุดตา และจุกหูฟังที่เปลี่ยนได้หลายแบบมาก ส่วนบุคลิกเสียงจะเป็นไง และจุกหูฟังเปลี่ยนได้กี่แบบ ลองมาดูกันครับ

Specification : Fender Puresonic เป็น Wireless 

  • Wireless Bluetooth earbuds with echo-cancelling microphone
  • IPX4 splashproof-rated, ergonomically-designed earbuds
  • USB-rechargeable battery with up to 6 hours of playback
  • Dedicated digital assistant control
  • High-quality aptX wireless audio codec
  • Includes 4 secure-fitting ear tips and triple-flange retainers made from ultra-pure thermoplastic elastome

แกะกล่อง

เห็นกล่องแว่บแรกก็รู้สึกไม่อยากแกะแล้ว ตัวกล่องมาในโทนสีแดง พร้อมโชว์ตัวหูฟัง Fender Puresonic Wireless เผยให้เห็นด้านบน ซึ่งจัดวางได้สวยงามมาก จนน่าออกไปตั้งโชว์มากกว่าเอามาใส่ยังไงยังงัั้นเลย

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่อง ก็มีตัวหูฟัง Fender Puresonic Wireless x 1 , กระเป๋าใส่ x 1, จุกโฟม (3 ไซส์) x 3 คู่ , จุกซิลิโคน (3 ไซส์) x 3 คู่, ชุดคู่มือ, ที่ทำความสะอาด และสาย Micro USB สำหรับเสียบชาร์จ

วัสดุและดีไซน์

จุดเด่นของ Fender Puresonic Wireless ก็อยู่ที่ตัว Body พลาสติกหูฟัง 2 สี แบ่งเป็นแดงกับน้ำเงิน ซึ่งสีแดงจะเป็นข้างขวา ส่วนสีน้ำเงินเป็นข้างซ้าย มีมาตรฐาน IPX4 ช่วยป้องกันน้ำกระเด็นใส่ได้ระดับหนึ่ง

ด้านดีไซน์ก็มีลักษณะคล้าย ‘หัวจรวด’ จากการครอบด้วยจุกซีลีโคนถึง 2 ชั้นนี้เอง

และจุกซีลีโคน 2 ชั้นก็คือความสนุกของหูฟังรุ่นนี้เลย คือเราสามารถถอดมันออกได้

ซึ่งเมื่อถอดออกหมด ก็จะได้ Body หูฟังจากหัวจรวดกลายเป็น ‘หัวกระสุน’ แทนตามภาพ

ในภาพตอนแกะกล่อง เราคงเห็นจุกหูฟังที่แถมมามากมายแล้ว จากนี้ก็ดีไซน์เอาเลยว่า อยากได้ Body แบบไหน ก็จัดตามที่ชอบเลย

ส่วนที่เซอร์ไพรส์ไม่น้อยเลยคือ ตัวจุกหูฟังสีดำที่แถมมานั้น เป็น ‘จุกโฟม’ ซึ่งใครที่เคยซื้อจุกหูฟังแบบ In-Ear มาเปลี่ยนบ่อย ๆ น่าจะรู้ดีว่าจุกโฟมค่อนข้างมีราคาเมื่อเทียบกับจุกซีลีโคน แต่มีข้อดีคือใส่สบาย ส่วนคือเสียคือเสื่อมสภาพไว

ทว่าตัวจุกโฟมที่แถมใน Fender Puresonic Wireless กลับมีคุณภาพสูงเอาเรื่อง คือมีการเคลือบเงาจากด้านนอก ทำให้มีความทนทานสูง ไม่เสื่อมสภาพโดยง่ายหากใส่บ่อย ๆ (ปัจจุบันลองใช้จุกโฟมนี้มาเกือบเดือนแล้ว สภาพยังอยู่ดี) และยังนำไปยัดหูได้เลย โดยไม่ต้องบีบก่อนใส่

ส่วนสายคล้องคอก็มีการเล่นลวดลายดำแดงสวยงาม พร้อมที่เก็บสายตรงกลาง

จากภาพตัวหูฟังแบบเต็ม ๆ จะเห็นว่า ปลายสายสองข้างเหมือนจะมีส่วน Controller สองฝั่ง แต่หารู้ไหมว่า มีอยู่ฝั่งเดียวที่เป็น Controller ยกชุด ซึ่งมีทั้งปุ่มควบคุมการเล่นเพลง (ซึ่งเวลาเปลี่ยนเพลงต้องกดข้าง ต่างจากตัวอื่นที่จะกด 2 จังหวะ) มีไมค์โครโฟน มีแบตฯ และช่อง Micro USB สำหรับเสียบชาร์จไฟ

แต่อีกฝั่งเป็นกรอบพลาสติกเปล่า ๆ มีเฉพาะตราโลโก้ Fender อย่างเดียวเท่านั้น เข้าใจว่าที่เพิ่มมาอีกฝั่ง คงเพื่อเอาไว้ถ่วงสมดุลของตัวหูฟังก็เป็นได้

เสียงเป็นไง

นอกจากจะทำกีตาร์แล้ว แบรนด์นี้ยังมีลำโพง Fender ที่ (เทพ) มีคุณภาพไม่แพ้กันด้วย พอมาเป็นหูฟังไร้สายแล้ว สำหรับตัว Fender Puresonic Wireless เสียงที่ได้ก็ประมาณนี้

  • บุคลิกเสียงออกแนวฟังสบาย มีความนวล
  • เสียงเบสปานกลาง ไม่ได้กระหึ่มซะทีเดียว
  • เสียงกลางเด่น เสียงร้องชัด
  • เสียงแหลมให้กลิ่นอายแบบ Fender จริง ๆ คือถ้ามีเสียงกีตาร์ ก็จะเด่นพอ ๆ กับเสียงร้องเลย แต่ยังไม่ถึงขั้นลุยเพลง Rock หรือ Metal แบบจัด ๆ ได้นะ
  • เหมาะสำหรับเพลงทั่วไป

สำหรับคุณภาพด้านการใช้งานไร้สาย ตัวหูฟังก็รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth aptX ด้วย ซึ่งถ้าสมาร์ทโฟนรุ่นไหนรองรับ aptX ก็จะทำให้ได้คุณภาพเสียงที่เทียบเคียงได้กับหูฟังแบบมีสายยิ่งขึ้น ส่วนอายุการใช้งานแต่ละครั้ง ก็อยู่ราว ๆ 6 ชั่วโมง แต่หากมีการใช้งานต่อเนื่องกับเปิดเสียงดังสุด ก็จะเหลือประมาณ 5 ชั่วโมง สุดท้ายไมโครโฟน มีฟีเจอร์ช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก ทำให้คู่ปลายสายได้ยินเสียงพูดของเราชัดเจนดี

สรุป

ด้วยชื่อ Fender นำหน้า ก็ดูเหมือนทางแบรนด์จะพยายามเสริมความ Premium ให้กับตัวหูฟังรุ่นนี้ไม่น้อย ตั้งแต่มาตรฐาน IPX4 รองรับ aptX และการแถมจุกโฟมอย่างดีในกล่อง แต่เรื่องวัสดุ ยังไม่ Premium มากนัก โดยเฉพาะส่วน Controller ที่แอบเปราะบางอยู่บ้าง (เข้าใจว่าใครที่อยากได้รุ่นที่ Premium จริง ๆ ทางแบรนด์คงให้ไปเล่นตัว ‘Fender Puresonic Premium Wireless’ รุ่น Top สุดไปเลย) การออกแบบก็ถือว่าสวยงามใช้ได้ โดยเฉพาะจุกซีลีโคน 2 ชั้น ที่ช่วยให้ดีไซน์ตัวหูฟังได้หลายแบบ คุณภาพเสียงก็จัดว่ากลาง ๆ โดยรวมคือฟังเพลงได้ทุกแนว ไม่เด่นไปด้านใดด้านหนึ่ง แต่ยังมีเสียงร้องกับเสียงกีตาร์ที่เด่นอยู่บ้าง สุดท้ายนี้ราคาของ Fender Puresonic Wireless ก็อยู่ที่ 3,590 บาท ครับ

Facebook Comments