[Review] – HP PageWide Pro 577dw อิงค์เจ็ทที่เหนือชั้น ท้าชนงานพิมพ์สำหรับองค์กร

HP-PageWide-Pro-577dw-MFP-Printer

อย่างที่ทราบกันดีว่าเทคโนโลยีของพรินเตอร์ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คืออิงค์เจ็ทและเลเซอร์ ซึ่งมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน และถ้าจะพูดกันตรงๆ เราจะเห็นได้ชัดอีกเช่นกันว่าทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้ต่างมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนตามการใช้งานของกลุ่มลูกค้า เช่นเลซอร์ที่ให้งานพิมพ์เอกสารที่คมชัด และรวดเร็ว จะนิยมใช้งานในกลุ่มสำนักงานและองค์กรขนาดใหญ่เป็นหลัก ในขณะที่อิงค์เจ็ทซึ่งให้คุณภาพงานพิมพ์ภาพถ่ายที่สวยงามกว่า และตัวเครื่องมีราคาถูกกว่าจะจับกลุ่มผู้ใช้ตามบ้าน หรือคนที่เน้นพิมพ์ภาพแทน … จุดผลักผันอยู่ที่ทั้ง 2 เทคโนโลยีเองก็พยายามข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานผู้ใช้ได้กว่าขึ้น

อิงค์เจ็ทดูจะเป็นเทคโนโลยีที่ได้เปรียบ เพราะความยืดหยุดในการใช้งาน และความซับซ้อนของการทำงานที่น้อยกว่า เราจะเห็นการพัฒนาหมึกพิมพ์ให้มีความคมชัดได้ใกล้เคียงกับเลเซอร์พรินเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับต้นทุนการพิมพ์ที่ต่ำลง เราจะเห็นว่าไม่ค่อยได้ยินคนบ่นเรื่องหมึกอิงค์เจ็ทแพงมากแล้ว สุดท้ายปัญหาจึงตกไปอยู่ที่ความเร็วในการพิมพ์ซึ่งเป็นจุดอ่อนของอิงค์เจ็ทเราจะเห็นหัวพิมพ์ต้องวิ่งไป วิ่งมาเพื่อพ่นหมึกลงบนกระดาษทีละแถบไปตามแนวนอน ซึ่งแม้ว่าจะพัฒนากลไกให้มีความเร็วสูงขึ้นแล้ว แต่ก็ยังเทียบกับเลเซอร์ได้ยากอยู่ รวมถึงการเคลื่อนที่ที่เยอะกว่า ทำให้ความทนทานน้อยกว่าเลเซอร์ด้วยเช่นกัน

PageWide ไม่ต้องเคลื่อนหัวพิมพ์

HP เองเป็นผู้ผลิตพรินเตอร์ที่กลุ่มใหญ่จะไปจับตลาดองค์กรหรือการใช้งานในธุรกิจมากกว่า ด้วยจุดแข็งในเทคโนโลยีเลเซอร์พรินเตอร์และบวกกับการพัฒนาเทคโนโลยีให้เชื่อมโยงกับสินค้ากลุ่มอื่นๆ อย่างคอมพิวเตอร์ชนิดต่างๆ จึงทำให้ได้โซลูชั่นที่สมบูรณ์กว่า และเมื่อโจทย์คือการพัฒนาอิงค์เจ็ทให้เหมาะกับตลาดองค์กร ผลที่ได้คือ PageWide

อันที่จริง PageWide ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ซะทีเดียวเพราะ HP เอง ได้ใช้เทคโนโลยีนี้มาแล้วภายใต้ชื่อ OfficeJet Pro ซึ่งเป็นอิงค์เจ็ทสำหรับองค์กร แต่ PageWide เป็นการตั้งชื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานของเทคโนโลยีเพื่อลบจุดอ่อนของอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ออกไป

o2ygjjsly89WUW6dwVK-o

เมื่อปัญหาคือการที่หัวพิมพ์ต้องเคลื่อนที่ไปมาเพื่อพิมพ์ภาพที่ละแถบ ทำให้ช้าและเครื่องไม่ทนทาน ดังนั้น HP PageWide จึงแก้ปัญหาง่ายๆ โดยการทำหัวพิมพ์ให้กว้างเท่ากับหน้ากระดาษ A4 นั่นหมายความว่าแทนที่พิมพ์เป็นแถบตามแนวขวางของเอกสาร จะเปลี่ยนเป็นพิมพ์เป็นแถบตามแนวยาวของเอกสารแทน และแถบนี้กว้างเท่ากับหน้าเอกสารอยู่แล้ว หัวพิมพ์จึงไม่ต้องวิ่งไป วิ่งมา แต่อยู่กับที่ แล้วปล่อยให้กระดาษเคลื่อนตัวผ่านไปอย่างเดียว นั่นคือที่มาของชื่อ PageWide ด้วยเช่นกัน

hp-pagewide-ink-system

ถ้ามองดูแล้วการนำเทคโนโลยีแบบนี้มาใช้ จะทำให้ HP ได้เปรียบมากทีเดียวเนื่องการการเปลียนหัวพิมพ์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และกว้างเท่ากับหน้ากระดาษ ทำให้มันเหมือนกับ Dump ในเลเซอร์พรินเตอร์ ดังนั้นการออกแบบกลไกต่างๆ จึงสามารถออกแบบให้คล้ายกันได้นั่นเอง

 

HP PageWide Pro 577dw

เข้าเรื่องถึงตัวพระเอกของเรากันเลย อย่างที่อธิบายถึงเทคโนโลยี PageWide ไป นี่เป็นพรินเตอร์มัลติฟังก์ชันที่ใช้หัวพิมพ์แบบ PageWide พร้อมด้วยคุณสมบัติต่างๆ ที่ครบครันเพื่องานธุรกิจโดยเฉพาะ

2016-08-15 13.38.05

เริ่มต้นกันด้วยเรื่องของดีไซน์และหน้าตา ถ้าไม่ได้เกริ่นข้อมูลมาก่อนเชื่อว่าทุกคนคงต้องคิดว่ามันเป็นเลซอร์พรินเตอร์สีอย่างแน่นอน เนื่องจากขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ และน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก ซึ่งต่างกับภาพพจน์ของอิงค์เจ็ทพรินเตอร์แบบเดิมๆ ไปคนละอย่างกันเลย ด้านบนมีส่วนของการสแกนมาให้ตามปกติ และหน้าจอควบคุมการใช้งานขนาด 4.3 นิ้วแบบทัชสกรีนที่ให้ความลื่นไหลได้ใกล้เคียงกับสัมผัสจากสมาร์ทโฟนที่เราใข้งานกันอยู่ ซึ่งถือว่าสะดวกต่อการใช้งานมาก

2016-08-15 13.40.08

ด้านความเร็วในการใช้งานตามสเปกจะอยู่ที่ 50 หน้าต่อนาที เท่ากันทั้งขาวดำ และแบบสี และสามารถเร่งความเร็วงานพิมพ์แบบ Draft ขึ้นไปได้ถึง 70 หน้าต่อนาที ซึ่งเร็วมากและอาจจะแซงเลเซอร์พรินเตอร์ในระดับเดียวกันด้วยซ้ำ ซึ่งความเร็วที่ได้มานี้ก็เป็นผลจากเทคโนโลยี PageWide ที่ถูกนำมาใช้ ทำให้กระดาษถูกพิมพ์อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับเลเซอร์พรินเตอร์ แถมยังไม่ต้องเสียงเวลาวอร์มโทนเนอร์ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์กระดาษแบบ 2 หน้า หรือ Duplex ได้ในตัว โดยความเร็วจะลดลงเหลือ 36 หน้าต่อที ซึ่งก็ยังเร็วและเพียงพอต่อการใช้งานอยู่

ถาดใส่กระดาษจะมีมาให้ 2 จุดคือถาดกระดาษปกติที่รองรับขนาด A4 ได้ประมาณ 500 แผ่น และยังมีถาดกระดาษอเนกประสงค์ที่รองรับกระดาษหนา หรือซองจดหมายให้ด้านข้างตัวเครื่องอีก ส่วนถาดใส่กระดาษออกนั้นรองรับกระดาษได้ประมาณ 300 แผ่น โดยจะพรินต์ออกมาคว่ำหน้าลง ทำให้เอกสารเรียงหน้าตามลำดับการพิมพ์ให้เรียบร้อย สะดวกต่อการใช้งาน

2016-08-15 13.38.31 2016-08-15 13.41.32

ฟังก์ชันก์ของการสแกนไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนักสำหรับพรินเตอร์ระดับนี้ คือรองรับการสแกน 2 แบบ ทั้ง Flatbed และ ADF ให้ความละเอียดสูงสุด 1200dpi และมีความเร็วในการสแกนสูงสุดที่ 26 หน้าต่อนาที ซึ่งเหลือเฟือต่อการใช้งานที่ส่วนใหญ่เราจะสแกนกันก็อยู่ที่ราวๆ 2-3 ร้อย dpi เท่านั้น

2016-08-15 13.42.11

นอกจากพรินต์ สแกน ถ่ายเอกสารแล้ว ก็ยังมีแฟกซ์มาให้ในตัว เพราะการเชื่อมต่อผ่าน USB, LAN และ WiFi มาให้ครบเลย รองรับ WiFi-Direct ที่ช่วยให้สามารถสั่งพิมพ์ผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยตรง และมีช่อง USB สำหรับเสียบพวกแฟลชไดฟร์ไว้พิมพ์งานหรือสแกนเอกสารใส่ลงไปโดยตรง โดยต้องใช้คอมพิวเตอร์

 

การใช้งานที่สะดวก และตอบโจทย์ธุรกิจ

พูดถึงสเปกกันไปมากมาย การใช้งานจริงๆ เป็นอย่างไรต้องมาดู ขอข้ามส่วนของการติดตั้งไปเพราะจะเลือกเชื่อมต่อแบบไหนก็สะดวกทั้งนั้น แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรมาก คนที่มีพื้นฐานไอทีอยู่สามารถตั้งค่าได้สบายอยู่แล้ว จะไปเริ่มยุ่งยากมากขึ้นตอนตั้งค่า ซึ่งถ้าต้องการใช้ฟังก์ชันขั้นสูง เช่นการควบคุมสิทธิ์การพิมพ์ หรือระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ ก็จะมีรายละเอียดจุกจิกค่อนข้างเยอะ แต่ไม่ยากครับ

ด้านความเร็วในการพิมพ์ บอกได้ว่าเร็วจริง ความรู้สึกแทบไม่แตกต่างจากพรินเตอร์เลเซอร์เลย เพราะระบบกลไกในการทำงานถูกปรับมาให้คล้ายคลึงกันแล้ว ส่วนเรื่องคุณภาพ อยู่ในระดับที่คมชัด ชนิดที่ใกล้เคียงกับเลเซอร์พรินเตอร์เลย ยกเว้นว่าจะมองกันแบบจับผิดจริงๆ ก็ยังพอแยกออกได้จากลักษณะของหมึกที่ติดลงบนกระดาษ แต่ถ้ามองแค่ความคมชัด ถือว่าผ่าน

ส่วนความสะดวกในการใช้งานนั้นน่าประทับใจ โดยเฉพาะหน้าจอสัมผัสที่ง่ายและลื่นไหลดี ส่วนฟังก์ชันการเชื่อมต่อต่างๆ ถือว่าเป็นสิ่งพรินเตอร์ระดับนี้จำเป็นต้องมีมาให้อยู่แล้ว รวมถึงการทำงานโดยตรงกับแฟลชไดรฟ์แบบ USB ทั้งการสั่งพรินต์และสแกนเข้าไป

2016-08-15 13.37.43

สุดท้ายคือเรื่องความประหยัด และคุ้มค่า ว่ากันด้วยเรื่องพื้นฐานหรือหมึก ซึ่งให้ต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นไม่ถึง 1 บาท และจะต่ำลงไปกว่านั้น สำหรับตลับหมึกที่มีความจุเยอะขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการพิมพ์ที่คุณต้องใช้นั่นเอง ส่วนค่าไฟน้อยกว่าเลเซอร์แน่นอน เพราะไม่ต้องใช้ความร้อนในการพิมพ์ ทำให้ประหยัดค่าไฟได้อีกเพียบ ส่วนอุปกรณ์ถ้าต้องเปลี่ยนกรณีที่เสียหรืออะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนเมื่อถึงกำหนด ก็จัดว่าถูกว่าเลเซอร์เพราะมีจำนวนน้อยกว่าราคาถูกกว่า เอาเป็นว่าคุ้ม

และนี่ก็คือ HP PageWide Pro 577dw ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุดของโลกอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ที่จะตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความเร็ว คุณภาพการพิมพ์ที่สูง และความทนทาน ทันเทียมกับเลเซอร์พรินเตอร์ที่นิยมใช้กันในองค์กร

 

 

Facebook Comments