รีวิว : HP Spectre 13 (Intel Gen 8th) หล่อกว่าเก่า และขอบจอบางยิ่งขึ้น

สัมผัสความบางที่สุดในโลกกับ HP Spectre 13 สุดยอด Ultrabook จาก HP โดยรอบนี้มาพร้อมซีพียู Intel 8th Gen ในรุ่น i5-8250U และดีไซน์ใหม่ดูดีกว่าเดิม

ก่อนหน้านู้น HP Spectre 13 เคยสร้างความฮือฮาในฐานะ Ultrabook หรือโน๊ตบุ๊คที่บางเบาที่สุดในโลกมาแล้ว (ต่อมาก็มี Acer Swift 7 โน๊ตบุ๊คที่บางเบาที่สุดในโลกอีกตัวโผล่มา…) จากนั้นประมาณปลายปีที่แล้ว ทาง HP ก็ได้เปิดตัว HP Spectre 13 รุ่นใหม่ออกมา จะเรียกว่าเป็นรุ่นปี 2018 ก็ได้ โดยรอบนี้มาแปลกตรงที่ มีรุ่นสีขาวด้วย บอกเลยว่า สวยงามสะดุดตามาก ๆ ตอนเห็นตัวจริงในงาน ไม่รอช้า รีบพุ่งไปหาทีมงานขอทำเรื่องยืมรีวิวทันที อนิจจา… ลืมขอเป็นเครื่องสีขาว เลยได้เป็นตัวสีดำแทน (- – ”

แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ ลองแกะกล่องดูก่อน ไหน ? มีอะไรแตกต่างจากรุ่นที่แล้วไหม และแล้วก็พบว่า เฮ้ย !! มันหล่อขึ้นแฮะ สารภาพว่าครั้งนั้น ผมแทบไม่ได้แตะรุ่นสีดำเลย เลยไม่รู้ว่าเจ้าตัวดำมีความเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง จนได้มาลองจับดูจริง ๆ ก็รู้เลยว่า เอ้อ ตัวสีดำก็สวยเหมือนกันนี้หว่า โอเค พล่ามมาเยอะละ มาดูกันว่า เจ้า HP Spectre 13 รุ่นใหม่นี้มีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างกันครับ

สเปก HP Spectre 13 (Intel Gen 8th)

หน้าตาตัวสีขาวก็ประมานนี้เลย

Display : หน้าจอสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว, IPS ความละเอียด Full HD
CPU : Intel Core i5-8250U @ 1.60GHz
VGA :  Intel UHD Graphics 620 
RAM : 8GB
SSD : 256GB PCIe NVMe M.2
Wireless : 802.11 (2×2) และ Bluetooth 4.2
Port : USB 3.1 Type-C x 1, Thunderbolt x 2 และ 3.5 mm headphone x 1
Audio : Bang & Olufsen dual speakers
Webcam : กล้องหน้า 720p รองรับ Windows Hello
Batterry :  ใช้ได้นาน 11 ชั่วโมง
OS : Windows 10 Pro

แกะกล่อง

ไม่รู้ว่ากล่องเดิมของ HP Spectre 13 รุ่นก่อนหน้าเป็นแบบนี้ไหม แต่สำหรับตัว 2018 นี้ มาเป็นโทนดำล้วน ตัดขอบทองแดงด้านล่าง ดูหรูหราเอาเรื่องทีเดียว เดาว่าถ้าเป็นรุ่นสีขาว น่าจะมาในสีขาวตัดขอบเงินแน่ ๆ

ส่วนของแถมภายในก็มี ซองใสโน๊ตบุ๊ค กับชุดไฟเลี้ยง และหัวแปลง USB Type-C จำนวน 3 เส้น อาทิ USB Type-C to USB 3.0 กับ Type-C to HDMI และ Type-C to LAN Gigabit

หน้าตาซองใสโน๊ตบุ๊ค

วัสดุและการออกแบบ (ภายนอก)

มองจากมุมนี้เห็นอะไรไหมครับ ? ถ้ายังเห็นไม่ชัดก็ลองดูอีกภาพ

เห็นแล้วใช่ไหมครับ เจ้ารุ่น 2018 นี้ มันเพิ่ม “ขอบทองแดง” เข้ามาใหม่นั้นเอง

ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้า จะเห็นเลยว่ามันจะมีส่วนที่เป็นขอบทองแดงเฉพาะด้านหลังเครื่องกับส่วนโลโก้ HP แบบใหม่เท่านั้น

แต่รุ่นนี้จะมีขอบทองแดงรอบตัวเลย ช่วยเพิ่มความหล่อและดูสะดุดตากว่าเก่าพอควร ส่วนวัดสุโดยรวมก็ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ผสมอลูมิเนียม แข็งแรงและเบา

สำหรับความบางก็อยู่ที่ 10.4 มิลลิเมตรเท่าเดิม เทียบกับที่เก็บนามบัตรก็หนากว่าเล็กน้อยเท่านั้น

และเพื่อแลกกับความบาง ก็เลยให้พอร์ตเชื่อมต่อเฉพาะ USB Type-C เป็นหลัก 3 ช่อง โดยช่องหนึ่งสำหรับต่อไฟเลี้ยง อีกสองช่องเป็น Thunderbolt และสุดท้ายรูเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

เนื่องจากจำนวนพอร์ตที่น้อยนิด ดังนั้นขอแนะนำใครที่ใช้โน๊ตบุ๊คตัวนี้ โปรดอย่าลืมเอาหัวแปลง USB Type-C to USB 3.0 ติดตัวไปด้วย ไม่งั้นจะรู้สึกลำบากชีวิตแน่นอนถ้าลืมมัน….

ส่วนช่องระบายความร้อน จะซ่อนตรงใต้เครื่อง

ภายในก็มีพัดลม 2 ตัว ช่วยเป่าลมร้อนออกตามภาพ

น้ำหนักตัวเครื่องก็อยู่ที่ 1.1 กิโลกรัม พกพาสบายมือ ไม่สร้างภาระให้กับกระดูกสันหลังเหมือนเคยครับ อ่ะ ตรงนี้หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าตรงขอบท้ายเครื่อง ไม่มีสีทองแดงเหมือนก่อนแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นสีดำเช่นเดียวกับสีเครื่องไปเลย

วัสดุและการออกแบบ (ภายใน)

เมื่อเปิดหน้าจอตัวเครื่องออก ก็ต้องสงสัยว่า “ลำโพงด้านข้างไปอยู่ไหน ?” รุ่นก่อนหน้าจะมีลำโพงขนาบสองข้างเลยหนิ

อ่อ มาอยู่นี้เอง สำหรับตัว HP Spectre 13 รุ่นใหม่นี้ ได้ย้ายตัวลำโพง Bang & Olufsen อันคุ้นเคย มาอยูบนแป้นพิมพ์แทน ซึ่งก็ช่วยให้ขนาดเครื่องเล็กลง ดูกะทัดรัดกว่าเก่าด้วย

ส่องบริเวณแป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ดชัด ๆ แบบทุกจุด จุดแรกที่สังเกตได้คือ ปุ่ม Power ดูมีชาติตระกูลขึ้น มีการหุ้มสีทองแดงใหม่ให้เห็นชัดเจน ถัดมาขอบหน้าจอดูบางกว่าเก่า​ (เดี๋ยวดูอีกภาพ) ส่วน Touchpad มีประดับขอบทองแดงเล็กน้อย แต่มีพื้นที่กว้างขึ้นโข ซึ่งส่งผลให้มีพื้นที่พักมือเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ไฟ LED Backlight สีน้ำเงินตรงคีย์บอร์ด​ สามารถกดเปิดปิดได้โดยตรง ปรับความสว่างได้ 2 ระดับ (หรือก็คือเปิดกับปิดเท่านั้นแล…)

ส่วนหน้าจอที่ว่ามีขอบบางกว่าเดิม ก็ลองมองจากภาพนี้เลย จะเห็นเลยว่าขอบหนา ๆ ที่เคยมีถูกตัดออกไปแล้ว ทำให้ดูสมส่วนมากขึ้น แต่ขอบล่างยังคงเว้นที่ไว้ให้โลโก้ HP อยู่เหมือนก่อน

สำหรับสเปกหน้าจอ ตัวเครื่องก็มาพร้อมจอ IPS แบบสัมผัสขนาด 13.3 นิ้วตามชื่อรุ่น ส่วนความละเอียดรุ่นที่รีวิวนี้คือ 4K สวยงามคมชัดสุด ๆ

ตัวบานพับ​ก็กางสุดได้เท่านี้ หากเป็นรุ่น X360 จะกางได้โหดกว่านี้ครับ

ส่องบริเวณขอบหน้าจอชัด ๆ ก็จะเห็นกระจก Gorilla Glass NBT ซึ่งชื่อ NBT ก็หมายถึงกระจกที่ทาง Corning พัฒนามาเพื่อโน๊ตบุ๊คหรือแล็บท็อบจอสัมผัสโดยเฉพาะ ช่วยกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่ากระจกหน้าจอทั่วไปถึง 10 เท่า

กล้อง Webcam ความละเอียด 720p รองรับ Windows Hello​ ​ด้วย

ชมภาพงาม ๆ ของ HP Spectre 13 รุ่นใหม่นี้อีกสักชุด

ประสิทธิภาพ

มาถึงส่วนทดสอบประสิทธิภาพแล้ว สำหรับ HP Spectre 13 ที่ผมได้มาทำรีวิวนี้ นอกจากเปลี่ยนดีไซน์แล้ว ยังเปลี่ยนมาใช้ซีพียู Intel Gen 8th ด้วย โดยตัวนี้มาพร้อม Intel Core i5-8250U กับแรมขนาด 8GB และ SSD ความจุ 256GB แบบ PCIe NVMe M.2

ประเดิมด้วย Cinebench R15 ก็ได้คะแนน OpenGL ไป 42.43 fps ส่วนคะแนน CPU ก็ได้ไป 493 cb เมื่อเทียบกับซีพียู Intel Core i5-7500U ที่เคยเทสกับตัว HP Elite X2 (2017) ที่เคยได้คะแนน OpenGL ไป 28.87 fps ส่วนคะแนน CPU ก็ได้ไป 277 cb เท่านั้น ถือว่าซีพียู Gen 8 นี้ดูดีกว่าเยอะเลยครับ

เทสประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่อง (ใช้งานทั่วไป) ด้วย PC Mack 10 ก็ได้คะแนนที่ 3230

ส่วน x264 โปรแกรมจำลองการเข้ารหัสหรือแปลงไฟล์ ได้ความเร็วที่ 11.91 fps มากกว่า Intel Core i5-7500U ที่เคยได้ไป 11.06 fps

ทดสอบความเร็วอ่าน/เขียนของ SSD ความจุ 256GB แบบ PCIe NVMe M.2 ก็ทะลุไป 1663 MB/s ต่อ 1162 MB/s เร็วพอควร

สุดท้ายเทสการเล่มเกมด้วย Resident Evil 6 …ก็ตามยถากรรมครับ

สำหรับความร้อนขณะใช้งาน ลองเทสด้วย HMmonitor แล้ว แต่เหมือนจะติดบัค มันมองไม่เห็นความร้อนของซีพียูซะงั้น ก็เลยต้องใช้ “ความรู้สึก” วัดเอาเอง โดยจุดที่เป็นส่วนรวมความร้อนก็อยู่บริเวณขอบบน ใกล้ ๆ กับลำโพง ตรงนี้ลองเอานิ้วจิ้มเข้าไป ขณะกำลังเทสประสิทธิภาพ ก็ถือว่าร้อนนะ ระดับจิ้มแช่นาน ๆ ไม่ได้

สรุป

เล่าเบื้องหลังรีวิวนิดหนึ่ง สถานที่ผมนำตัวเครื่องไปรีวิวนั้นเป็นร้านกาแฟ (ชื่อเดียวกับเว็บสั่งของชื่อดัง น่าจะเดาไม่ยาก) โดยทางร้านจะเปิดไฟสีส้มเอาไว้ด้วย ทำให้ได้ภาพติดเหลืองบางภาพซึ่งดูแปลก ๆ ไปบ้างต้องขออภัย และสำหรับ HP Spectre 13 รุ่นใหม่ประจำปี 2018 นี้​ ก็มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่เรียกได้ว่า เยอะเกินคาด ตัวเครื่องยังคงคอนเซ็ปต์ความบางเบาไม่เสื่อมคลาย แต่ได้พัฒนาใหม่ให้ดูสมส่วนขึ้น หล่อขขึ้​ในหลาย ๆ จุดเลย ส่วนประสิทธิภาพ พอเปลี่ยนมาใช้ซีพียู Intel Gen 8th ก็เห็นความต่างชัดเจน ช่วยให้ตัวเครื่องมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเก่าไม่น้อย​

และสุดท้ายนี้ สิ่งที่หลายคนอยากรู้ (และไม่อยากรู้สำหรับใครที่รู้ราคาโน๊ตบุ๊คซีรีย์นี้ดี) ราคาเริ่มต้นของเจ้า HP Spectre 13 (Intel Gen 8th) หรือรุ่นปี 2018 ก็อยู่ที่ 49,900 – 69,900 บาท ครับ

ข้อดี

  • การออกแบบใหม่ที่ดูดีและเข้าท่ากว่าเดิมมาก
  • อานิสงส์ของซีพียู Intel Gen 8th ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ​แบบเห็น​ ๆ
  • วัดสุพรีเมี่ยม แข็งแรงแม้ดูบอบบาง
  • บางเบาพกพาง่าย
  • หน้าจอ 4K สวยงามคมชัด
  • แบตฯ อึดพอควร

ข้อสังเกต

  • หน้าจอเป็นรอยง่าย
  • ขณะใช้งานตัวเครื่องมีความร้อนในระดับหนึ่ง
  • พอร์ตเชื่อมต่อน้อยเหลือหลาย
  • แพง
Facebook Comments