รีวิว : Lenovo M600 Gaming Mouse RED ดุเข้มเกินราคา

Lenovo M600 (RED) เมาส์ Optical สาย Gaming ราคาย่อมเยาจาก Lenovo ที่มาพร้อมกับปุ่มกด 9 ปุ่ม DPI 3200 ดีไซต์ดุดันในสไตล์ดำแดง และตัวถ่วงน้ำหนัก 5 ชิ้น ที่สามารถปรับแต่งน้ำหนักของเมาส์ได้ตามอิสระ

01

E-sports ยังคงร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้บริษัทไอทียักษ์ใหญ่หลาย ๆ เจ้า ต่างหันมาเอาดีในด้าน Gaming Gear หรืออุปกรณ์สำหรับเล่นโดยเฉพาะกันให้เพียบ Lenovo ก็เป็นอีกแบรนด์ที่ขอเป็นโปรในด้านนี้ด้วย จึงส่ง “Y-Series” อุปกรณ์สายเกมมิ่งของตัวเองออกมาสู้ในศึกนี้ แต่ด้วยราคาที่อาจสูงไปนิด ทาง Lenovo จึงได้ส่ง Gaming Gear อีกตัว ที่แม้ไม่ใช่ Y-Series แต่ก็มี “ความดุดัน” เกินราคาทีเดียว นั้นคือ Lenovo M600 Gaming Mouse RED

17

Lenovo M600 (Red) เป็นเมาส์เกมมิ่งที่เปิดตัวอย่างเงียบ ๆ ในฐานะ “ของแถม” จาก All-In-One และ โน็ตบุ๊คในตระกูล Y Series ตัวใหม่ของ Lenovo แต่ Gaming ก็ยังคงเป็น Gaming เจ้า M600 ตัวนี้ มาพร้อมกับจุดเด่นใหญ่ ๆ เลย 3 อย่างคือ

  1. ตัวเมาส์มาพร้อมกับปุุ่มกดถึง 9 ปุ่ม
  2. สามารถปรับน้ำหนักของเมาส์ได้มากสุด 20 กรัม (มีตัวถ่วง 5 ชิ้น)
  3. ราคาย่อมเยา (แต่ดุดันเกินราคา)
Spec Lenovo M600 Gaming Mouse Red  
  • USB 2.0 Full-speed professional gaming mouse
  • 400/800/1600/3200 DPI
  • 9 programmable buttons
  • 125/500/1000 HZ/s polling rate
  • 3600 fps
  • Speed: 68 inches/sec.
  • Acceleration: 30 g
  • 256K EPROM built-in
  • Avago 9800 sensor optional
แกะกล่อง

03

กล่องดูธรรมดาไปนิด ถ้าเทียบกับกล่องของเมาส์เกมมิ่งตัวอื่น ๆ ส่วนภายในกล่องก็มีตัวเมาส์ M600 และชุดคู่มือเท่านั้น

18

หน้าตาออกแนวดุดัน (แบบเรียบ ๆ) ตามสไตล์เมาส์เกมมิ่ง รูปทรงออกแบบเพื่อคนถนัดขวาเท่านั้น วัสดุเป็นพลาสติกเกือบทั้งหมด โดยที่ด้านบนจะเป็นพลาสติกผิวเรียบ ส่วนด้านข้างเป็นพลาสติกผิวมันวาว

Black/Red Style !!

10

หลังเสียบเมาส์เข้ากับคอมพ์แล้ว ไฟสีแดง 3 จุดใหญ่ ๆ ก็จะสว่างวาบทันที ความดุดันเพิ่มขึ้นโขเลยครับ โดยเมาส์ตัวนี้ไม่จำเป็นต้องลงซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมแต่อย่างใด เสียบปุ๊ปใช้งานได้ปั๊บ

11

แต่เพราะไม่มีซอฟต์แวร์ที่ต้องลง ก็ทำให้เราไม่สามารถกำหนดจังหวะของไฟสีแดงนี้ได้ โดยมันจะสว่างเป็นช่วง ๆ หรือที่เรียกว่า “Breathing Effect” (ติดแล้วค่อย ๆ ดับเหมือนจังหวะหายใจ) ไม่ยาวค้างตลอด

16

ด้านหน้าดูดุดันมาก ยอมรับเลย

08

จากใต้เมาส์จะเห็นได้ว่า มันเว้นที่ให้ไฟส่องใต้พื้นไว้ด้วย ทำให้เวลาคว้ำเมาส์ลง จะมีไฟ LED สีแดงส่องเป็นเส้นชัดเจน

07

สังเกตที่ปุ่ม “PRESS” สีแดงที่อยู่ข้าง ๆ หากกดลงไป จะเป็นการเปิดฝาปิดที่ถ่วงน้ำหนักของเมาส์นั้นเอง โดยตัวเมาส์นั้นให้ที่ถ่วงน้ำหนักมาด้วยกัน 5 ตัว แบ่งเป็นตัวล่ะ 4 กรัม รวมเป็น 20 กรัม ซึ่งใครชอบเมาส์หนักหรือเบาขนาดไหน ก็มาปรับตรงนี้ได้เลย

09

ไฟบอกสถานะ DPI หรือค่าความไวของเมาส์ แบ่งเป็น 4 ระดับคือ 400, 800, 1600 และ 3200

15

ปุ่มปรับค่า DPI 4 จังหวะ

14

ข้างซ้ายของเมาส์ มีปุ่ม Macro อยู่ด้วยกัน 4 ปุ่ม (กดลำบากนิด ๆ) ทั้งนี้ส่วนด้านข้างของเมาส์ กลับเป็นพลาสติกผิวมัน ดังนั้นถ้าใครเป็นคนเหงื่อออกมือง่าย ก็อาจจะลื่นมือซักหน่อยนะครับ – –

12

ตรงนี้เป็นจุดแปลกสำหรับผมเลยคือ มันคือปุ่มคลิกอีกปุ่มหนึ่งที่ผมหาตั้งนานว่า “ปุ่มที่ 9 อยู่ไหน ?” สรุปมันมาซ้อนอยู่ข้าง ๆ ปุ่มคลิกขวานั้นเอง ซึ่งถ้าลองเล่นเกมแนว FPS มันจะตั้งค่าให้ปุ่มนี้กลายเป็นปุ่มยิงอีกปุ่มทันที แต่กดยิงรัวค้างแบบกดคลิกซ้ายไม่ได้นะ ต้องกดย้ำรัว ๆ เท่านั้น จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบคลิกยิงทีละนัด หรือซุ่มยิงโดยเฉพาะ (แต่สำหรับผมขอผ่าน เพราะกดไม่ถนัดเลยครับ….)

Feeling 

21

ตัวเมาส์ตอบสนองต่อแรงกดได้ดีระดับหนึ่ง ปุ่มคลิกซ้าย-ขวาไม่แน่นมากนัก แต่ก็ไม่เบาเหมือนเมาส์ทั่ว ๆ ไป เมื่อลองเอาไปเล่นเกมแนว FPS ทั้งหลาย ถ้าเล่นในช่วงแรก ๆ ก็เล่นได้ดีไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างที่บอกไป ด้านข้างของเมาส์เป็นพลาสติกผิวมัน ทำให้เวลาเล่นจนเหงื่อซึมมือ ต้องคอยเช็ดให้แห้งทุกครั้งเลยครับ ไม่งั้นจะรู้สึกเหมือนจับเมาส์ไม่อยู่ยังไงยังงั้น

สรุป

04

หลังใช้งานไป 3 วัน ก็คงบอกได้ว่า ตัวเมาส์ทำหน้าที่ได้สมราคาของมันแล้ว เว้นแต่ตรงไฟ LED สีแดง ที่ยอมรับเลยว่า สวยดุดันเกินราคาทีเดียว แต่น่าเสียดายที่มันมีแค่จังหวะเดียวคือ Breathing Effect โดยส่วนตัวชอบให้มันค้างแบบ Static Effect หรือส่องสว่างแบบคงที่มากกว่า ส่วนการใช้งานถ้าไม่ติดตรง ส่วนข้างที่เป็นพลาสติกมัน จะทำให้มันใช้งานได้ยาวกว่านี้แน่ (ไม่ต้องคอยเช็คมือ) สุดท้ายความรู้สึกตอนกดคลิก จัดว่ากลาง ๆ ครับ สำหรับราคา Lenovo M600 Gaming Mouse RED  สนนอยู่ที่ 1,090 บาทเท่านั้น

Facebook Comments