รีวิว : Level 51 MP อีกระดับของความโหด GTX 1060 ในราคาที่เอื้อมถึง

ต่อจาก NX เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสาย Custom รุ่นเล็กสุดจาก Level 51 แบรนด์สัญชาติไทย รอบนี้พบกับ Level 51 MP อีกระดับของความแรง สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการสเปกโหด ๆ ด้วย Intel i7-7700HQ + GTX 1060 ในราคาไม่เกินเอื้อม

หลังเทสน้องเล็กอย่าง Level 51 NX ไปแล้ว ก็ถึงคิวของพี่ใหญ่ (หรือพี่รอง) อย่าง MP เกมมิ่งโน้ตบุ๊คระดับกลางจาก Level 51 แบรนด์ไทยใจใหญ่เจ้าเดิม แน่นอนว่ายังมาพร้อมคอนเซ็ปต์ Custom Spec เลือกสเปกเองได้ และราคาต่อสเปกที่ดีงามเหมือนเคย

สำหรับตัว Level 51 MP (CLEVO P65/P67 SERIES) จะมีขนาดเครื่องใหญ่ขึ้นเล็กน้อย และยังใช้วัสดุเป็นพลาติกเหมือนรุ่น NX แต่รุ่นนี้จะอัพเกรดการ์ดจอใหม่เป็น GTX 1060 รุ่นแรม 3GB DDR5 (รุ่น 6GB จะเป็นตัว XP) ทั้งยังให้พื้นที่อัพเกรดประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย อย่างแรมก็อัดได้สูงสุด 4 แถว หรือใส่ได้ถึง 64GB กันเลย ส่วน SSD ก็มีช่อง M.2 ให้ใส่ได้ 2 ตัว จะเอาไปทำ RAID ก็ได้ และตัวเครื่องก็มาพร้อมลำโพงที่ใหญ่ขึ้น !! จากรุ่นก่อนที่ผมติเรื่องลำโพงไป รุ่นนี้ก็ยัดลำโพง ONKYO แบรนด์ลำโพงชื่อดังจากญี่ปุ่น กับระบบเสียง Sound Blaster X-Fi 5 ให้ในตัวเลย

สเปก Level 51 MP

CPU : Intel i7-7770HQ (2.8-3.8 GHz)
GPU : Nvidia Geforce GTX 1060 3GB DDR5
RAM : Patriot Viper 16GB DDR4 2400 CL15 (Dual Channel)
HDD : Samsung 960 EVO 250GB
Display : จอ IPS ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD ความถี่ 60Hz
Web Camera : Full HD webcam
Connections : USB 3.0 x 3, USB Type-C x 2, mini Display port x 2, HDMI x1, LAN, SD Card reader, Jack 3.5 mm
Wireless Card : Intel 3165 AC (1×1, Max 433Mbps)
Battery : ใช้งานได้ประมาณ 5 ชั่วโมง
Dimensions : 385(W) x 271(D) x 25.4(H) mm
Weight : 2.6 กิโลกรัม
OS : Windows 10 Home (ยังไม่ Activate แต่ลงโปรแกรมกับ Diver ที่จำเป็นให้เรียบร้อยแล้ว)
Warranty : 2 ปี

แกะกล่อง

ภายในกล่องก็มีตัวเครื่อง Level 51 MP ชุดไฟเลี้ยง และ ชุดคู่มือ อย่างละตัวเหมือนเคย

ส่วนหัวปลั๊กก็ยังเป็นแบบ Type G แต่ขนาด Adapter ใหญ่ขึ้นโข

วัสดุและดีไซน์

ดีไซน์ของ Level 51 MP มีการตัดขอบให้เป็นเหลี่ยม ๆ รอบตัว บวกกับตัวเครื่องที่เป็นสีดำด้านทั้งตัว ทำให้ตัวเครื่องดูขรึม ๆ อย่างบอกไม่ถูก ส่วนวัสดุก็ใช้พลาสติกทั้งตัวเหมือนรุ่น NX แต่มีขนาดตัวเครื่องใหญ่กว่า ดูแข็งแรงกว่า ส่วนน้ำหนักเครื่องก็อยู่ที่ 2.6 กิโลกรัมเท่านั้น


ด้านหลังก็มีช่องเสียบไฟเลี้ยงและ USB 3.0 ให้หนึ่งช่องด้วย ถัดไปก็มีช่องระบายความร้อนของการ์ดจอ (GTX 1060) ซึ่งก็มีพัดลมยัดให้ถึงสองตัวเลย

ฝั่งซ้ายตัวเครื่อง ก็มีช่องระบายความร้อนของ CPU (ไม่ร้อนมือขวาแล้ว ฮ่า ๆ) อยู่ใกล้ ๆ บานพับ พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อ อาทิ USB 3.0 x 1, HDMI x 1 และ mini Display port x 2 สามารถต่อออกจอได้ 3 จอ

ฝั่งขวามีเซอร์ไพรส์เล็กน้อย ตัวเครื่องมีช่องใส่ SIM ให้ด้วย !! แต่หากจะใช้งาน จำเป็นจะต้องซื้อเสาหรือโมดูล 3G มาต่อผ่านช่อง M.2 หนึ่งช่องก่อนครับ (รุ่นนี้ใส่ SSD แบบ M.2 ได้สองช่อง) ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อที่เหลือก็มี USB 3.0 x 1, USB Type-C x 2, LAN, SD Card reader, Ceble Lock, Jack 3.5 mm, ช่องต่อไมค์ และช่อง S/PDIF ที่ส่งสัญญาณแบบ Digital สามารถเชื่อมต่อลำโพงแบบ 5.1 ได้ทันที โดยไม่ต้องมี Decoder/Amp นั้นเองครับ

ข้อพับหน้าจอขนาดใหญ่ ดูทนทานเอาเรื่องทีเดียว

ด้านบนตัวเครื่อง (ตอนพับจอ) จะโชว์ปุ่ม Power เล็กน้อย ตรงนี้หากใครนิยมเอาโน๊ตบุ๊คต่อออกจอ แล้วใช้แทนเครื่อง Desktop ก็จะเป็นประโยชน์ไม่น้อย เพราะเราสามารถกดปุ่มเปิดเครื่องได้เลย โดยไม่ต้องพับหน้าจอขึ้นบ่อย ๆ เหมือนโน๊ตบุ๊คทั่วไป

สารพัดไฟแสดงสถานะของตัวเครื่อง

โลโก้ Level 51 ตรงหัวมุมจอ

เมื่อพลิกดูใต้เครื่อง จะเห็นเลยว่า ตัวเครื่องมีพัดลมระบายความร้อนถึง 3 ตัว แบ่งเป็นของการ์ดจอ 2 ตัว กับ CPU อีกหนึ่งตัวนั้นเอง และตามคอนเซ็ปต์ของ Level 51 ตัวเครื่องยังคงแกะเพื่ออัพเกรดสเปกเองได้ไม่ยากเหมือนเคย แต่รุ่นนี้อัพเกรดแรมได้ถึง 4 แถว ในขนาดความจุสูงสุด 64GB !! สามารถใช้งาน XMP Profile ได้ด้วย ส่วน SSD ก็มีช่อง M.2 แบบ SATA อีก 2 ช่อง สามารถทำระบบ Raid ได้อีกต่างหาก หรือเลือกที่จะต่อ SSD แบบ NVMe เพียงช่องเดียว เพื่อขอใช้งาน SSD ความเร็วสูงแทนก็ได้ ซึ่งรุ่นนี้ก็ได้ออกแบบให้ NVMe เชื่อมต่อกับ CPU โดยตรงเลย (ไม่ผ่าน Storage Controller) ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

Power On เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมา ตรงปุ่ม Power จะมีไฟ LED สีน้ำเงินส่องสว่างเด่นชัดทันที ส่วนคุณภาพเสียงลำโพง เทียบกับรุ่น NX แล้ว รุ่น MP ตัวนี้มีเสียงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการวางลำโพงตรงบริเวณข้อพบหน้าจอเครื่อง ทำให้เราได้ยินเสียงที่เข้าปะทะหน้าตรง ๆ เลย ส่วนความดังของเสียงอยู่ในระดับกำลังดี แต่ยังไม่ถึงกับกระหึ่มมากนัก

ปล. หน้าจอตัวเครื่อง สามารถเอามือเปิดข้างเดียวได้ โดยไม่ต้องกลัวคีย์บอร์ดกระดกตาม

หน้าจอตัวเครื่องยังคงสวยสด ด้วยขนาดจอ 15.6 นิ้ว มีความละเอียด Full HD และความถี่ 60Hz แต่รุ่นนี้มาพร้อมกล้องเว็บแคม 1080p และไมค์ Stereo พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน

คีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาว แต่รุ่นนี้สามารถเลือกสีไฟ LED อื่น ๆ นอกจากสีขาวได้ด้วย เช่น แดง, เขียว, เหลือง ฯลฯ หรือจะเลือกเป็น RGB ก็ได้ (แต่ตอนนี้มีแต่แป้นพิมพ์แบบ ENG แบบ TH รอการผลิตอยู่ครับ) สำหรับปุ่มกดก็เป็น Chiclet ที่มีความลึกพอควร มี Anti-Ghost รองรับการกดพร้อมกันหลายปุ่มเหมือนรุ่น NX ทุกประการ แต่ขนาดปุ่มดูจะใหญ่กว่า กดมันกว่า และไม่ส่งเสียงรบกวนตอนพิพม์ด้วย ติดแค่สีไฟ LED Backlit ที่ดูสว่างน้อยกว่ารุ่น NX ซะงั้น

Touch Pad เหมือนรุ่น NX ซึ่งมี Multi-Touch Gesture สำหรับ Windows 10 ให้เช่นกัน

ประสิทธิภาพ

ตามสไตล์เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค Level 51 MP ก็มาพร้อมซีพียู 7th Generation (Kaby Lake) Intel Core i7-7700HQ ความเร็ว 2.80 – 3.80 GHz

ส่วนการ์ดจอก็อัพเกรดเป็น Nvidia GTX 1060 3GB GDDR5 ตอนจัดสเปกของรุ่น MP ก็จะมีให้เลือกเฉพาะตัวนี้เท่านั้น (ไม่เหมือน NX ที่เลือกได้ระหว่าง 1050 กับ 1050Ti) ถ้าถามว่า “แล้วไม่มีตัว GTX 1060 รุ่นแรม 6GB หรือ ?” รุ่นดังกล่าวจะไปอยู่ใน Level 51 XP ที่เป็นตัวเกือบ Top เลยครับ

ทดสอบด้วย Cinebench R15 ก็พุ่งไปที่ 109.60 fps และ 690 cb

x264 FHD Benchmark ได้ 24.58 fps

ส่วน MP รุ่นที่ผมรีวิวนี้ จะมีเฉพาะ SSD ตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งใช้ SSD จาก Samsung รุ่น 960 EVO ขนาด 256GB หลังวัดความอ่านเขียนด้วย AS SSD ความเร็วในการอ่านก็ทะลุไปที่ 2591.61 MB/s กันเลย

AIDA64 Cache & Memory

AIDA64 GPGPU Benchmark

คะแนน 3D Mark โหด ๆ เลยครับ โดยเฉพาะ Fire Strilke ก็ได้คะแนนไปถึง 10,069

เมื่อ Fire Strilke ทำคะแนนได้ดี ก็ต่อด้วย Fire Strilke Extreme และ Fire Strilke Ultra ซะเลย คะแนนก็ได้ตามนี้ครับ พอดันได้อยู่

Unigine Valley Benchmark 1.0 ได้ FPS 61.9 ลื่นหัวแตก

สุดท้ายทดสอบประสิทธิภาพการระบายความร้อน ด้วยพัดลมถึง 3 ตัว ทำให้เวลาใช้งานหนัก ๆ เป็นเวลานาน ๆ ความร้อนสูงสุดอยู่ที่ 77 องศาเท่านั้นครับ

เกมมิ่ง

จัดกันไป 4 เกมเดิมเหมือนที่เคยเทสในรุ่น NX ในความละเอียดที่ 1980×1080 พร้อมปรับสุดทุกเกม เพื่อเปรียบเทียบความแรงระหว่าง GTX 1050Ti 4GB กับ GTX 1060 3GB ให้เห็นกันชัด ๆ ตามนี้

Overwatch (Epic): Max 125 Average 110 Min 89 FPS ทะลุร้อยไปแล้ว

Call Of Duty Infinite Warfare (Higt): Max 101 Average 95 Min 84 ลื่น ๆ เลยครับ


GTA V (Very High): Max 136 Average 116 Min 87 นี้ก็ทะลุร้อยเหมือนกัน

The Witcher 3 (Ultra): Max 60 Average 51 Min 46 เกมปราบเซียน เอาอยู่ !!

สรุป

(ซ้าย Level 51 MP ขวา Level 51 NX)

Level 51 MP ถือเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสายโหด แต่งบจำกัดที่ดีเลยตัวหนึ่ง เนื่องจากสเปกต่อราคาจัดว่าคุ้มค่ามากทีเดียว หากพูดถึงการออกแบบ รุ่นนี้ออกสไตล์เงียบขรึม แอบดุดัน เพื่อซ้อนประสิทธิภาพภายใน ที่โหดเกินหน้าตานี้เอง ด้วยซีพียู i7-7700HQ + GTX 1060 และ RAM 16GB (ที่อัพได้ถึง 64GB) กับ SSD (ทำ Raid ได้) ทำให้มันกลายเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสายโหดที่น่าสนใจอีกรุ่น และยังมีราคามิตรภาพเกินคาด ทั้งนี้ตัว MP ก็เหมือนเป็นรุ่นลบล้างจุดอ่อนของ NX ด้วยลำโพงที่ดีกว่าเก่าอย่างชัดเจน อัพเกรดสเปกได้ยาวนานกว่า แข็งแรงกว่า (แม้จะใช้วัสดุเป็นพลาสติกเหมือนกัน) และที่สำคัญ ช่องระบายความร้อนอยู่ฝั่งซ้ายมือแล้ว !!

ราคาเริ่มต้นของ Level 51 MP อยู่ที่ 47,500 บาท รุ่นนี้หากจัดสเปกดี ๆ ก็อาจจะได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่คุ้มราคามาก ๆ ตัวหนึ่งเลย เนื่องจากเราสามารถเลือกสเปกของมันได้หลายแบบมาก ๆ และต้นทุนที่ได้แน่นอนอย่าง i7-7700HQ + GTX 1060 ถ้าจัดจริง ๆ ก็น่าจะอยู่ที่ 5 หมื่นขึ้นไป ส่วนรุ่นที่ผมได้รีวิวนี้ ก็อยู่ที่ประมาณ 56,000 บาทครับ 

ในที่นี้ผมลองจัดสเปกเองดู ก็ได้งบประมาณ 64,100 บาท กับสเปกตามนี้เลย (i7-7700HQ + GTX 1060 + Windows 10 Home) ใครว่าคุ้มจะจัดตามก็ได้ครับ หรือจะลองจัดเองได้ที่นี้ www.level51pc.com 

ข้อดี

  • แม้ขนาดตัวเครื่องจะใหญ่ แต่ก็มีน้ำหนักไม่มาก
  • เปิดหน้าจอตัวเครื่องด้วยมือเดียวได้
  • งานประกอบแข็งแรงกว่าที่คิด
  • พอร์ตเชื่อมต่อมีเหลือเฟือ
  • จัดสเปกได้หลากหลายสุด ๆ เนื่องจากมีพื้นที่อัพเกรดสเปกให้พอควร
  • มีช่องเสียบ S/PDIF ที่สามารถเชื่อมต่อลำโพงแบบ 5.1 ได้เลย
  • สเปกโหดคุ้มราคา

ข้อสังเกต

  • ตรงบริเวณแป้นคีย์บอร์ต ติดรอยนิ้วมือง่ายอยู่
  • ช่องใส่ SIM ต้องซื้อโมดูลมาใส่เพิ่ม
  • คีย์บอร์ต LED Backlit สว่างน้อยไปนิด
Facebook Comments