รีวิว : LifeProof SLAM และ NEXT เคสกันกระแทกสำหรับ S9+ กับดีไซน์ใหม่ที่ทันสมัยขึ้น

รีวิว LifeProof SLAM บางเบาแต่ยังถึก และ NEXT เน้นป้องกันเต็มสูบ สองเคสกันกระแทกรุ่นใหม่ ที่ออกแบบเพื่อ Samsung Galaxy S9 Plus โดยเฉพาะ

ก่อนหน้านี้เคยรีวิว Otterbox Pursuit เคสกันกระแทกอีกตัวสำหรับ Samsung Galaxy S9 Plus ไปแล้ว สำหรับตัวนั้น บางคนอาจจะคิดว่ามันดูใหญ่ไปหน่อย ยิ่งตัว S9 Plus เองก็มีขนาดไม่น้อยแล้ว (แต่มันถึกจริงนะ อารมณ์เหมือนใช้สมาร์ทโฟนสำหรับใช้ในทางการทหารยังไงยังงั้นเลย) ฉะนั้นลองมาดูอีกทางเลือก โดยรอบนี้มาพบกับ LifeProof อีกแบรนด์ที่ผลิตเคสกันกระแทกชื่อดังไม่แพ้กัน ซึ่งหลัง S9 Plus เปิดตัวได้ไม่นาน ทางแบรนด์ก็ส่ง NËXT (NEXT) และ SLɅM (SLAM) สองเคสกันกระแทกตัวใหม่ โดยตัวหนึ่งเน้นความบางเบาแต่ยังถึกอยู่ อีกรุ่นก็เน้นป้องกันแบบเต็มสูบไปเลย ทั้งสองรุ่นมีการกล่าวอย่างภาคภูมิใจเลยว่า “ออกแบบมาเพื่อ S9 และ S9 Plus โดยเฉพาะ” ได้ยินอย่างนี้ก็ชักอย่างลอง จนในที่สุดก็ได้มารีวิว ลองมาดูกันครับว่า จะแจ่มสมกับที่คุยไหม

คุณสมบัตืเด่นของ LifeProof NEXT และ SLAM

แกะกล่อง

สำหรับตัวกล่องทั้งรุ่น NEXT และ SLAM ก็มาเป็นกล่องแบบสไลค์สีขาวกับมีภายในเหมือน ๆ กันคือ มีตัวเคส, ผ้าเช็ด, “ที่งัดตัวเคสออก” และชุดคู่มือ

วัสดุและดีไซน์ 

อย่างที่กล่าวไปว่า ตัวหนึ่งเน้นความบางเบาแต่ยังถึก อีกตัวก็เน้นป้องกันแบบเต็มสูบ จากภาพจะเห็นเลยว่า ตัวสีเทาหรือ NEXT จะมีความหนาเป็นพิเศษมาก ๆ ส่วนตัวสีเขียวหรือ SLAM จะมีขอบเพียวบางกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ตามสเปกระบุว่า ทั้ง 2 รุ่น สามารถป้องกันการตกจากความสูงได้ถึง 2 เมตรทั้งคู่ ถึงแม้จะมีความหนาต่างกันก็ตาม ส่วนความต่างจริง ๆ คือ รุ่น NEXT นอกจากกันกระแทกแล้ว ยังกันฝุ่นและกันหิมะเข้าได้ด้วย ส่วนรุ่น SLAM จะกันกระแทกอย่างเดียว

LifeProof NEXT

มาดูที่รุ่น NEXT กันก่อน สำหรับตัวเคสรุ่นนี้ จะเป็นรุ่นระดับกลางของซีรีย์นี้ (ตัว Top สุดคือรุ่น FRĒ) ซึ่งจุดเด่นคือ เน้นลุย นอกจากกันกระแทกแล้ว ยังกันฝุ่นกันหิมะเข้าเครื่องด้วย แต่แลกกับความหนาที่เพิ่มขึ้นมา สำหรับตัววัสดุที่ใช้ รู้เลยว่าเป็นพลาสติกอย่างดี ที่หุ้มด้วยยางอย่างหนา 2 ชั้น เอาจริง ๆ ผมเชื่อว่า มันน่าจะกันกระแทกได้ดีกว่าตัว SLAM ซะอีก แม้สเปกจะเขียนว่ากันกระแทกได้พอกันก็ตาม

ส่องความหนาแบบชัด ๆ ทั้งนี้ด้านหลังตัวเคส ก็จะมีขอบกันกระแทกสำหรับกล้องของ S9 Plus ด้วย ซึ่งก็ช่วยให้ตัวกล้องไม่สัมผัสกับพื้นผิวโดยตรง ขณะวางเครื่องคว่ำลง

ตรงช่องเสียบสาย USB-C กับ 3.5 mm ก็มีจุกยางปิดแน่นหนา ส่วนลำโพงก็มีตะแกรงกรองปิดจากด้านในเลย ซึ่งก็เป็นส่วนช่วยกันฝุ่นกับหิมะ ไม่ให้เข้าพอร์ตเข้าลำโพงนี้เอง แต่จากที่ลองใช้จริง ๆ ผมแอบหงุดหงิดนิด ๆ ตรงเวลาเปิดปิดจุกยาง มันจะไม่ค่อยตรงแบบเป๊ะกับเคสมากนัก จากภาพจะเห็นความเอียงนิด ๆ อาจดูขัดใจไปบ้าง (โดยเฉพาะผมที่บ้าความสมมาตรแล้ว อ๊ากกก)

จุดสังเกตอีกจุด ตรงขอบหัวมุมจะมีช่องว่างเว้นเอาไว้ ส่วนนี้คือช่องสำหรับ “ที่งัดตัวเคสออก” ซึ่งลักษณะคล้ายกับหูกระป๋อง มาช่วยงัดตัวเคสเป็น 2 ส่วน จริง ๆ เอามืองัดเองก็ได้ แต่มีตัวนี้ก็จะช่วยงัดออกได้ง่ายกว่า

หน้าตาตัวงัด

หลายคนอาจยังไม่ทราบ ตัวเคสตอนแรกมันจะประกบกันตั้งแต่แรกเลย (สารภาพว่าเอา S9 Plus ดันทุรังยัดอยู่นาน ที่ไหนได้ ต้องแงะเคสออกให้เป็นสองส่วนก่อน….) หลังแงะออกมาแล้ว ก็จะได้ส่วนที่เป็นกรอบยาง กับส่วนที่เป็นพลาสติกใส สำหรับรองรับฝาหลังตัวเครื่อง S9 Plus

ส่วนที่เป็นยางก็เป็นยางจริง ๆ ส่วนที่เป็นพลาสติกก็ใหญ่ได้ใจ ตามขนาดของ S9 Plus

LifeProof SLAM

ใครที่คิดว่า NEXT ยังหนาไป ก็ขอแนะนำอีกรุ่นที่ถึกไม่แพ้กันอย่าง SLAM สำหรับรุ่นนี้จะ เน้นสวย โดยมีขอบที่บางกว่า แม้มียางหุ้ม 2 ชั้นเหมือนกัน แต่ไม่ได้หนาเหมือนรุ่นก่อนหน้า ซึ่งก็แปลกใจว่าทำไม ถึงเขียนสเปกกันกระแทกพอกันกับ NEXT เลย

ความต่างก็ทราบกันไปแล้วว่า มันไม่ได้กันฝุ่นกันหิมะเหมือนรุ่นนั้น มีกันกระแทกเพียงอย่างเดียว ซึ่งใครที่ไม่ได้เป็นสายลุย สาย Extreme อะไรขนาดนั้น แต่ขอมีเกาะป้องกันเวลาเผลอทำเครื่องหล่นก็พอแล้ว ตัวเคสรุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์กว่า ทั้งยังมีความหนาไม่มาก ทำให้ยังคงรูปลักษณ์ความบางเบาของ S9 Plus ได้อยู่ ไม่กลายสภาพเป็นสมาร์ทโฟนภาคสนามอย่างตอนใส่ Otterbox Pursuit หรือ NEXT

สำหรับตัวที่รีวิวก็เป็นรุ่นขอบสีเขียวตัดดำ ซึ่งจะมีสีแดงกับสีชมพูให้เลือกอีก แต่ส่วนตัวคิดว่าสีนี้สวยสุดละ

เนื่องจากไม่กันฝุ่นกับหิมะ ก็ไม่จำเป็นต้องมีจุกยางปิดต่อไป ปล่อยโล่งตามภาพเลย

ส่องบริเวณขอบด้านใน ก็จะเห้นส่วนที่เป็นพลาสติกสีเขียว ถูกหุ้มด้วยยางสีดำบาง ๆ โดยรวมมีองค์ประกอบคล้ายกัน เพียงแต่ไม่หนามาก

เมื่อมีองค์ประกอบคล้ายกัน วิธีงัดเคสก็ไม่ต่างกัน

หลังงัดออกมา ส่วนที่เป็นยางก็คือยางบาง ๆ แต่ส่วนที่พลาสติก มันคือพลาสติกสไลค์บางเฉียบ ที่หากไม่ใส่ส่วนที่เป็นยางแล้ว มันดูบอบบางมาก ๆ เลยครับ แต่หลังใส่ก็จะดูแข็งแรงขึ้นทันตา ถึงกระนั้นก็ยังมีส่วนป้องกันบริเวณกล้องหลัง S9 Plus เหมือนรุ่น NEXT อยู่

ใส่แล้วเป็นไง

หลังนำ S9 Plus มาใส่กับ LifeProof NEXT แล้ว… โอเค เอาไปลุยป่า ลุยเขา หรือไปตะลุยหิมะที่เมืองนอกได้เลย ด้วยคุณสมบัติกันน้ำของตัว S9 Plus อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น (ถ้าไม่เอาไปบังกระสุนหรือลนไฟเล่นน่ะนะ)

สำหรับตัว LifeProof SLAM ก็ได้ความ Sport ดูหล่อกว่าแทน ในขณะที่คุณสมบัติกันกระแทกยังอยู่ แต่ไม่กันฝุ่นกันหิมะเท่านั้น ถ้าใครมี S9 Plus สีดำ ก็จะดูสมาร์ทขึ้นแน่ ส่วนของผมเป็นสี Lilac Purple หรือสีม่วง หลังใส่เคสนี้แล้ว ก็ดูแปลกตานิด ๆ

ลองเทียบความหนาระหว่าง LifeProof NEXT (ซ้าย) กับ LifeProof SLAM (ขวา)

พอร์ตด้านล่างระหว่างมีจุกยางปิดกับปล่อยโล่ง

ประสิทธิภาพ

ตอนรีวิว Otterbox Pursuit ช่วงนั้นไม่ได้มีโอกาส Test Drop ตัวเคสเลย เนื่องจากกลัวจอเครื่องลงพื้นจนเป็นรอยหรือแตกเสียหาย เพราะไม่ได้ใส่กระจกกันรอยบนหน้าจอเอาไว้ (ถึงแม้ตัวเคสจะช่วยเซฟหน้าจออยู่บ้าง แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้) ในที่สุดผมก็ได้กระจกกันรอยมาครอบครองแล้ว ฮ่า ฮ่า จึงมีโอกาสมา Test Drop เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับเคส LifeProof NEXT และ SLAM พร้อมอัดภาพ Slow สวย ๆ ให้เชยชมกันครับ

หน้าตากระจกกันรอยดังกล่าว

ประเดิมด้วย LifeProof NEXT ด้วยการโยนจากความสูงประมาณ 150 cm ร่อนลงกลางพื้น

ผลที่ได้คือ ตัวเครื่องปลอดภัย แต่มีรอยถลอกตัวหัวมุมเคสเล็กน้อย และตัวจุกยางเปิดออกมาหน่อย ๆ

ต่อด้วย LifeProof SLAM ลอง Test Drop แบบเดียวกัน

ผลที่ได้คือ ตัวเครื่องปลอดภัยดี มีฝุ่นเกาะจอนิด ๆ เนื่องจากมีการ Spin หน้าจอลงพื้นตอนท้าย และทำให้กรอบกระจกเผยอออกมาเลย เห็นได้ชัดว่า ตัวเคสมีน้ำหนักเบากว่า NEXT ทำให้เครื่องมีการกระดอนขึ้นตอนตกพื้น หมุนหลายตลบอย่างสวย (เอาไปเลย 10 คะแนน สำหรับท่า) ยังดีที่มีรอยถลอกไม่มากเท่าตอนเทส NEXT ครับ

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับเคสสองสไตล์ตัวใหม่ของทาง LifeProof อย่าง NEXT พี่ถึกสายลุย กับ SLAM พี่หล่อสายสมาร์ท ซึ่งใครชอบถึก ๆ หนา ๆ ก็ไปรุ่น NEXT เลย ส่วนขอกันกระแทกได้ แต่ไม่หนามาก และยังคงรูปลักษณ์เดิมของตัวเครื่องอยู่ ก็ไปรุ่น SLAM แทน อย่างไรก็ตามทั้งสองเคสนี้ แม้จะมีความแตกต่าง แต่ความสามารถในการกันกระแทกนั้น ถือว่าใกล้เคียงกัน (แน่นอนว่า NEXT ชนะ) ความต่างจริง ๆ ก็คืออีกรุ่น ไม่ได้กันฝุ่นกันหิมะเท่านั้นเอง

ก็ขึ้นอยู่กับ Lifestyle ของผู้ใช้แล้วว่า แต่ละวันไปคลุกอยู่ในพื้นที่แบบไหน ระหว่างกลางดงทะเลทราย กลางป่าเขา หรือกีฬา Extreme ทั้งหลาย กับพื้นที่ทั่ว ๆ ไป อย่างในเมือง ในห้าง ที่บ้าน หรือขนส่งสาธารณะเป็นต้น ท้ายนี้ถ้าถามว่า มันคือเคสเพื่อ S9 ไหม ถ้ามันแปลงให้ S9 Plus ตัวใหญ่แต่บอบบาง กลายเป็นสมาร์ทโฟนสายถึกได้ ก็โอเคแล้วครับ ส่วนดีไซน์ ส่วนตัวชอบรุ่น SLAM มากกว่า ด้วยการตัดขอบกับสีดำ ทำให้ตัวเคสดูทันสมัยทันตา ส่วนตัว NEXT ถ้าบางลงอีกนิดจะแจ่มมาก แต่ก็เข้าใจว่า มันต้องทำให้สมราคาและฐานะ

สำหรับราคาของ LifeProof NEXT สำหรับ S9 Plus ก็อยู่ที่ 2,590 บาท ส่วน LifeProof SLAM สำหรับ S9 Plus ก็อยู่ที่ 1,890 บาท ครับ

Facebook Comments