รีวิว : SanDisk Extreme Portable SSD 500GB เล็กจิ๋ว เร็วแรง และถึกทน

เอาใจสายลุยด้วย SanDisk Extreme Portable SSD หรือ SSD แบบพกพาตัวแรงจาก SanDisk ที่มาพร้อมดีไซน์แดงดำสวยงาม ตัวเล็กพกง่าย แต่มีความทนทานเป็นพิเศษ และความเร็วที่ไวกว่า Flash Drive หรือ HDD เหมือนเคย

Test Drop !! คือสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวทันที หลังได้ลองสัมผัสเจ้า SanDisk Extreme Portable SSD ตัวนี้ แต่ติดที่ผมต้องคืนตัวสินค้าให้กับทาง SanDisk หลังรีวิวเสร็จ ฉะนั้นรีวิวครั้งนี้ มาดูเฉพาะส่วนดีไซน์กับประสิทธิภาพแทนนะฮะ : b สำหรับตัว SanDisk Extreme Portable SSD ที่ผมได้มารีวิวนี้ ก็เป็นรุ่นที่มาพร้อมความจุ 500GB (สูงสุด 2TB) และอย่างที่เกริ่นไป จุดเด่นของมันคือ ‘ความถึก’ จากสเปกระบุว่า มันสามารถกันฝน กันน้ำกระเซ็น กันน้ำหก และกันฝุ่นด้วยมาตรฐานระดับ IP55 ทั้งยังกันการตกกระแทกจากที่สูงได้ดีด้วย

ถือเป็น SSD แบบพกพา ที่เหมาะสำหรับสายลุยงานนอกสถานที่พอควร นอกจากความถึกแล้ว ก็ยังมีขนาดเล็กพาพาง่ายมาก กับดีไซน์แบบแดงดำสวยงาม สุดท้ายประสิทธิภาพที่เครมว่ามีความเร็วในการอ่านสูงถึง 550MB/s ของดีจริงไหม มาดูกันครับ

สเปก SanDisk Extreme Portable SSD 500GB

  • Disk Capacity : 500GB
  • Speed : 550MB/s
  • Interfaces : USB 3.1 (Gen 2)
  • Limited Warranty : 3 Year
  • Dimensions : 8 x 49 x 96 mm
  • Weight : 38.9 g
  • Operating temperature : 0ºC to 35ºC
  • Storage temperature : -20ºC to 70ºC
  • Shock : Shock-resistant (up to 1500G) and vibration resistant (5g RMS, 10-2000HZ)
  • Water resistant : IP55 for water and dust resistance
  • Vibration : 10Hz-2000Hz 5gRMS

แกะกล่อง

เริ่มตั้งแต่ตัวกล่อง ก็มีลายแดงดำตามสไลต์ SanDisk ให้เห็นก่อนเลย ตรงมุมขวาบนของกล่องก็มีเลขความจุกำกับไว้ชัดเจน อย่างในที่นี่ก็คือ 500GB กับความเร็ว 550/s เด่นมาเลย

ภายในกล่องก็มีตัว SanDisk Extreme Portable x 1, สาย Type-C to Type-C x 1 พร้อมหัวแปลงเป็น USB A 3.0 x 1 และชุดคู่มือ x 1

วัสดุและดีไซน์

ตัว SanDisk Extreme Portable SSD (จากนี้ขอเรียกสั้น ๆ ว่า Extreme SSD) ก็สมกับที่มีจุดขายในเรื่องความทนทาน เริ่มจากวัสดุที่เป็นยางหุ้มรอบตัว จับปุ๊ปรู้เลยว่าช่วยลดแรงกระแทกได้ดีแน่ ถัดมาคือน้ำหนัก ตามสเปกระบุว่าหนัก 38.9 g แต่จากที่ลองถือดู ถ้าบอกว่ามันไม่มีน้ำหนักเลยผมก็เชื่อนะ คือเบามาก ๆ โอกาสที่จะพังจากการทำตก ประมาณถ้าไม่ร่วงจากตึกสูงจริง ๆ ยังไงก็ไม่พังแน่นอน

ด้านดีไซน์บอกเลยว่า หากตัว Extreme SSD ไม่มีส่วนที่เป็นห่วงคล้องสีแดงตรงนี้ มันจะดูจืดมาก ๆ แต่พอมีแล้ว ก็ทำให้ Extreme SSD มีลักษณะแดงดำ ดุดันตามสไลต์เกมมิ่ง หรือเหมาะกับสายลุยขึ้นมาหน่อย

ด้านหลังมีบอกรายละเอียดตัว Extreme SSD เล็กน้อย (ลืมเช็ดฝุ่นขออภัย…) อย่างความจุ 500GB ตามภาพ เครื่องหมายหรือตรารับรองต่าง ๆ แต่ส่วนตัวคิดว่า ถ้ามันเป็นสีดำโล้น ๆ ไปเลย จะดีมาก

สำหรับรูหรือพอร์ต USB Type-C ที่เป็นอีกจุดขายเด่นของตัว Extreme SSD ก็มาซ่อนอยู่ตรงขอบล่างนี้เอง แอบขัดใจนิด ๆ ตรงที่ทำไหมให้เอารูมาอยู่ตรงกลาง จะได้ดูสมมาตรไปเลย

ตัว Extreme SSD มีพอร์ต USB Type-C แน่นอนว่าต้องมีสาย USB Type-C to USB Type-C ซึ่งก็มีแถมมาให้เรียบร้อย แต่สำหรับใครที่คอมฯ ไม่มีช่อง Type-C ทาง SanDisk ก็มีแถบหัวแปลง USB Type-C to USB A 3.0 มาให้เหมือนกัน ไม่ต้องกังวลไป ส่วนจะเร็วเท่ากับหัวต่อ Type-C ไหม เดี๋ยวมาดูกันครับ

เทียบขนาดตัว Extreme SSD กับกล่องใส่นามบัตรกับมือคน ทั้งเบาทั้งเล็กกันเลย

การใช้งาน

ตอนรีวิว WD My Passport SSD ก่อนหน้านู้น ผมประสบปัญหา ‘โน๊ตบุ๊คไม่มีช่อง USB Type-C’ แต่รอบนี้ผมมีโน๊ตบุ๊คที่มีช่องดังกล่าวแล้ว ฮ่า ฮ่า

และเพื่อคลายข้อสงสัยว่าระหว่างเสียบหัว USB Type-C โดยตรง กับผ่านหัวแปลง USB A 3.0 จะมีความแตกต่างกันไหม

ประสิทธิภาพ

เริ่มจากเสียวตัว Extreme SSD ผ่านช่อง USB Type-C ตรง ๆ ภายในตัว Extreme SSD เริ่มแรกก็จะมีโปรแกรม SanDisk SecureAccess ติดมาให้เลย

ลองวัดความเสถียรตัว Extreme SSD ด้วยโปรแกรม HD Tune Pro จากกราฟก็มีแกว่งบ้างเล็กน้อย แต่ก็อยู่ในระดับเดียวกันไปยาว ๆ ไม่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงมั่ว ๆ ถือว่าเสถียรกำลังดี

วัดสุขภาพตัว Extreme SSD ด้วยโปรแกรม CrystalDiskInfo หากเพิ่งแกะกล่องใช้งานครั้งแรก การจะขึ้น 100% ก็ไม่น่าแปลกใจ แต่ผมเชื่อว่าตัว Extreme SSD ที่รีวิวนี้ น่าจะผ่านมือนักรีวิวมาหลายคนแล้ว แต่พอมาถึงมือผม แล้วยังขึ้น 100% ก็น่าคิดว่า เหล่านักรีวิวก่อนหน้าคงมือเบา หรือตัว Extreme SSD มันทนทานจริง ๆ

ปิดท้ายด้วยส่วนวัดความเร็วอ่านเชียนหรือ Read กับ Write ลองวัดด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark ก็ได้ความเร็ว Read ทะลุ 550MB/s ตามที่เคลมไปซะฉิบ เร็วเกินคาด ส่วนความเร็ว Write ก็ ทะลุ 500MB/s เร็วทั้งการอ่านและเขียนกันเลย ส่วนทั้งสองภาพนี้คืออะไร ฝั่งซ้ายคือต่อ USB Type-C ตรง ๆ ฝั่งขวาคือ ผ่านหัวแปลง USB A 3.0 สรุปคือ เร็วพอ ๆ กัน แต่ฝั่งหัวแปลง USB A 3.0 ส่วน Seq กับ 4K ช้ากว่าแบบต่อ USB Type-C ตรง ๆ อยู่นิดหน่อย

สรุป

นับเป็น Gadgets สำหรับสายลุยจริง ๆ ฟังมานานบางคนอาจสงสัยถึงสายลุยที่ผมพูดถึงบ่อย ๆ ว่าคืออะไรกันแน่ ยกตัวอย่างช่างภาพหรือนักตัดต่อ ที่ต้องเดินทางไปทำงานนอกสถานที่บ่อย ๆ แล้วบางครั้งต้องกางโน๊ตบุ๊คทำงานเดี๋ยวนั้นเลย ดังนั้นอุปกรณ์ที่พกไปด้วยก็ต้องมีความทนทานในทุกสภาวะ ตัว Extreme SSD ก็ถูกออกแบบมาเพื่อการนี้เอง อย่างการกันกระแทก กันน้ำกระเซ็น กันน้ำหก และกันฝุ่นด้วยมาตรฐานระดับ IP55 ก็มีเพื่องานนอกสถานที่หรือ Out Door โดยเฉพาะ

กลับมาที่ตัว Extreme SSD ด้านดีไซน์และวัสดุคงไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่สำหรับประสิทธิภาพ ด้วยความที่เป็น SSD Portable ความเร็วแน่นอนว่าเหนือกว่า Flash Drive หรือ External HDD หลายขุม แต่ตัว Extreme SSD มีความเร็วอ่านเขียนสูงกว่า 500MB/s โดยเฉพาะความเร็วอ่านที่สูงถึง 560MB/s ถือว่าโหดมาก เมื่อเทียบกับ SSD Portable รุ่นอื่น ๆ

สำหรับ Extreme SSD หรือ SanDisk Extreme Portable SSD ก็เปิดราคาเริ่มต้นที่ 3,390 บาท สำหรับความจุ 256GB ส่วนรุ่นความจุ 500GB ที่รีวิวนี้ ก็มีราคาอยู่ที่ 5,990 บาท รุ่น 1TB ราคา 10,900 บาท และสุดท้ายรุ่น 2TB ราคา 20,900 บาทครับ

Facebook Comments