รีวิว : Sennheiser GSP 300 หูฟังเกมมิ่งระดับเริ่มต้น แต่ประสิทธิภาพพรีเมี่ยม

Sennheiser GSP 300 หูฟังเกมมิ่งแบบปิด (Closed) ขนาด Full-Size รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวมากขึ้น ประสิทธิภาพสูงระดับ Hi-End หรือพรีเมี่ยม ในราคากำลังดี

เคยมีคำถามว่า “หูฟังเกมมิ่งต่างกับหูฟังทั่วไปยังไง” คำตอบรวม ๆ ที่ได้คือ หูฟังเกมมิ่งมักจะเน้นเสียงทุ่มต่ำ Stage กว้าง และ Surround เป็นหลัก ในขณะที่หูฟังทั่วไปจะมีเสียงหลากหลายแนวกว่า ทำให้บางคนถึงกับต้องซื้อหูฟัง 2 แบบเพื่อแยกใช้งานกันเลย อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะไม่มีหูฟังที่ใช้งานได้ทั้ง 2 แบบซะทีเดียว ทว่าหูฟังเหล่านั้นมักจะมีราคาแพงพอควร ล่าสุดทาง Sennheiser แบรนด์หูฟังชื่อดังจากเยอรมัน ได้เปิดตัวหูฟังเกมมิ่งซีรีย์ใหม่ ที่สามารถใช้งานทั้งเล่นเกมและฟังเพลงได้สบาย ๆ แต่กลับมีราคาถูกเกินคาด !! และสำหรับรุ่นที่ได้มารีวิวครั้งนี้คือ Sennheiser GSP 300 เป็นตัวล่างสุดของซีรีย์นี้ ส่วนประสิทธิภาพเป็นยังไงมาดูกันครับ

สเปก Sennheiser GSP 300 (รายละเอียด)

Product discription

  • Closed, Noise-cancelling, Gaming headset

General Data

  • Ear coupling : Circum-aural
  • Transducer principle : Dynamic, closed
  • Cable length : 2 m
  • Connector plugs : 2 x 3.5 mm / 1 x 3.5 mm
    (PCV 05 Combo Audio Adaptor)
  • Compatibility : PC, Mac, PS4 & Consoles with
    3.5 mm jack input
  • Warranty : 2 years

Headphones

  • Frequency response : 15–26,000 Hz
  • Impedance : 19 Ω
  • Sound pressure level : 113 dB

Microphone

  • Frequency response : 10–15,000 Hz
  • Pick-up pattern : Noise-cancelling
  • Sensitivity : -41 dBV/PA

Packaging

  • Dimension : 224 x 240 x 110 mm
  • weight : 630 g
  • Dimension of master carton : 594 x 524 x 272 mm
  • Units in distributor master carton : 10

แกะกล่อง

ตัวกล่องมาในโทนสีขาวตัดขอบสีฟ้าตามสไตล์ Sennheiser แม้จะเป็นรุ่นล่างสุดของซีรีย์ แต่ก็ออกแบบกล่องได้ดูหรูหราไม่น้อยเลย เมื่อแกะกล่องออกมาแล้ว ก็จะพบกล่องพลาสติกที่ห่อหุ้มตัวหูฟังไว้อย่างพอดิบพอดี

ภายในกล่องก็อุปกรณ์อะไรมาก มีเพียงตัวหูฟัง ชุดคู่มือ และอุปกรณ์เสริม PCV 05 หรือตัวแปลง ที่ช่วยรวบหัวแจ็ค 3.5 mm ของไมค์และหูฟังให้อยู่ในหัวเดียว ทำให้รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้หลากหลายขึ้น เช่น จอย Xbox, อุปกรณ์พกพา, Console, PC และ Mac

วัสดุและดีไซต์

Sennheiser GSP 300 เป็นหูฟังเกมมิ่งขนาด Full-Size แบบ Closed (ที่ว่ากันว่าหูฟังแบบนี้ใส่แล้ว จะตัดขาดจากโลกภายนอกไปเลย) ตัวหูฟังออกแบบได้โฉบเฉี่ยวตามสไตล์เกมมิ่ง ส่วนสีสันก็ใช้สีฟ้าประจำแบรนด์ตัดกับสีดำเป็นธีมหลัก

ด้านวัสดุก็ใช้พลาสติกผิวด้านทั้งหมด ไม่ได้ขึ้นโครงด้วยเหล็กเหมือนรุ่นแพง ๆ บางตัว แต่ก็มีความแข็งแรงทนทาน มีความยืดหยุ่นในระดับหนึ่ง และงานประกอบก็แน่นหนาดีมาก

ชื่อแบรนด์ Sennheiser ตรงมุมซ้าย

ชื่อรุ่น GSP 300 ตรงมุมขวา ส่วนขาหูฟังก็ปรับความกว้างได้ถึง 12 ระดับ รองรับคนศีรษะใหญ่ ๆ ได้สบาย

สำหรับหูฟังรุ่นนี้ มีการออกแบบรูปทรงให้เข้ารูปกับศีรษะของเราแบบตายตัวเลย คือตรง Earcup หรือ Earpads จะขยับเขยื่อนอะไรไม่ได้เลย ทั้งยังไม่ใช่ทรงกลม แต่เป็นวงรีแนวตั้งด้วย ทำให้เวลาสวมใส่ มันจะเข้าล็อคกับใบหูเราพอดี ไม่ว่าเราจะส่ายหัวผงกหัวแรงเป็นชาวร็อคยังไง ตัว Headband ก็จะไม่เลื่อนมาปิดลูกตาเรา (เหมือนคอสเป็น Cyclops ใน X-Men) แน่นอน

บริเวณ Earpads ก็ใช้ผ้าหนังชั้นดี ที่ลองเอาเล็บจิกหลายทีแล้ว ก็ไม่ขาดหรือเป็นรอยง่าย ๆ ทั้งนี้ยังช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีเอาเรื่อง ทำให้ได้อรรถรสตอนเล่นเกมหรือฟังเพลงแบบเต็มที่ ส่วนภายใน Earpads ได้ยัด Memory Foam เอาไว้ด้วย ทำให้มีความนุ่มสบายมาก ๆ เวลาสวมใส่ ไม่กดหัวเราจนรู้สึกอึดอัดหากใส่เป็นเวลานาน แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง หากใส่ในห้องพัดลม No แอร์ เหงื่อจะออกบริเวณใบหูได้ง่ายอยู่ครับ

อย่างที่กล่าวไป หูฟังรุ่นนี้จะใช้พลาสติกทั้งตัว แน่นอนว่าตรง Headband ก็เช่นกัน ทำให้ไม่สามารถบิดงอได้เหมือนหูฟังรุ่นอื่น ๆ ที่เป็นเหล็กอ่อน แต่ถ้าแค่ง้างใส่ธรรมดาก็ไม่เป็นปัญหา

ใต้ Headband มีผ้าตะข่ายสีฟ้าที่ช่วยระบายความร้อนได้ดี

ปุ่มปรับระดับเสียงหรือ Volume แบบหมุนทวนเข็มนาฬิกา มีขนาดใหญ่เด่นชัดทีเดียว ไม่ต้องควานหากันเลยครับ

ก้าน Microphone หรือไมค์ออกแบบได้สวยงามมาก สามารถพับเก็บได้อิสระ ทั้งนี้หากพับเก็บ มันจะปรับเป็นโหมด Mute หรือปิดรับเสียงไมค์อัตโนมัติให้ด้วย

คุณภาพของไมค์ ทาง Sennheiser ระบุว่า ใช้เกรดเดียวกับรุ่น Top ของซีรีย์นี้เลย แน่นอนว่ามีระบบ Noise-Cancelling ด้วย ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก ให้ได้ยินเฉพาะเสียงพูดของเราเท่านั้น

ส่องบริเวณด้านใต้ของ Earpads แบบชัด ๆ

บริเวณโคนสายหูฟังเหมือนจะถอดออกได้ แต่จริง ๆ ไม่ได้นะเออ เพราะงั้นอย่าฝืนดึง (แบบผม..) เป็นอันขาด

สายหูฟังยาว 2 เมตร แยกหัวแจ๊คไมค์และตัวหูฟังชัดเจน หากต้องการใช้งานกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์พกพาอื่น ๆ ก็เอาหัวแปลง PCV 05 ที่แถม มารวมสายให้เป็นหัวเดียวเพื่อใช้งานได้ครับ

ประสิทธิภาพเสียง

มาถึงส่วนสำคัญแล้ว อย่างที่กล่าวไปว่า Sennheiser ได้เปิดตัวหูฟังซีรีย์ใหม่ ที่ว่ารองรับทั้งการเล่นเกมและฟังเพลงในราคาไม่แพงมาก ส่วนรุ่น Sennheiser GSP300 ที่รีวิว ก็เป็นรุ่นล่างสุดของซีรีย์นี้ และสำหรับคุณภาพที่ได้คือ

  • หากใช้ฟังเพลง ตัวหูฟังจะให้บุคลิกเสียงออกสมดุลหรือครบทุกย่านเลย (โดยส่วนตัวเลยนะ) แม้ยังไม่ถึงขั้น Audiophile แต่ก็ใช้ฟังเพลงได้ดีเกินคาด
  • สามารถแยกเสียงได้ดีมาก ถ้าใช่ฟังเพลงก็แยกเสียงดนตรีได้ชัดเจน ถ้าเล่นเกมก็แยกเสียงปืน เสียงฝืเท้า หรือเสียงอื่น ๆ ได้แม่นยำพอควร
  • เสียงทุ่มต่ำหนักแน่นมาก สังเกตได้จากตอนเล่นเกมแนว FPS ได้ยินเสียงปืนเสียงระเบิดเต็มหู
  • Stage กว้างใช้ได้ เสียง Surround โอเค
  • คุณภาพของไมค์ ถ้าใครมีเครื่อง PC หรือโน๊ตบุ๊คที่เสียงพัดลมดัง อาจมีหลุดเข้ามานิด ๆ บ้าง แต่ยังคงบันทึกเสียงพูดได้ชัดเจนกว่ามาก สามารถตะโกนด่าเพื่อนในทีมได้อย่างเมามัน หรือใช้แคซเกมได้ดีระดับหนึ่งครับ

สรุป

ในตอนที่ Sennheiser เปิดตัวหูฟังซีรีย์นี้ ยอมรับว่าแอบตกใจนิด ๆ เพราะปกติหูฟังรุ่น Full-Size แบบใส่ปิดหูระดับ Hi-End ของค่ายนี้ มักจะมีราคาเฉียดหรือเกินหมื่นไปเลย แต่ในรุ่นเริ่มต้นของซีรีย์นี้อย่าง Sennheiser GSP 300 มีค่าตัวเพียง 3,990 บาทเท่านั้น อาจแพงนิด ๆ เมื่อเทียบกับค่ายอื่น แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพของมันแล้ว ก็ถือว่าถูกมาก โดยตัวหูฟังมีดีไซน์สวยงาม แม้วัสดุจะเป็นพลาสติกทั้งดุ้น แต่ก็มีความแข็งแรงทนทานทีเดียว สวมใส่ก็สบายหัวมาก ๆ ด้วย ส่วนคุณเสียงถือว่า “เกินคาด” แม้จะเป็นรุ่นล่างสุด แต่ก็ทำหน้าที่ได้ไม่เลว สามารถใช้ฟังเพลงกับเล่นเกมควบคู่กันได้ดี โดยเฉพาะด้านเกมมิ่งที่เด่นกว่าชัดเจน ส่วนไมค์เนื่องจากใช้เกรดเดียวกันกับรุ่น Top จึงหายห่วงเรื่องคุณภาพ ตามที่ได้ลองเทสกันไปเลยครับ

ข้อดี

  • การออกแบบสวยงาม ใช้พลาสติกเกรดดี
  • สวมใส่สบาย ไม่บีบรัดหัวเวลาใส่นาน ๆ
  • คุณภาพเสียงดีมาก ใช้ฟังเพลงก็ดีเล่นเกมก็โอ
  • คุณภาพเสียงไมค์ สามารถตัดเสียงรองข้างได้ดี บันทึกเสียงพูดชัดเจน
  • เป็นหูฟังระดับ Hi-End ที่มีราคาอยู่ในระดับพอเอื้อมถึง

ข้อสังเกต

  • เนื่องจากเป็นหูฟังแบบปิด และบริเวณ Earpads เป็นหนัง เหงื่อจึงออกง่าย และหากใช้นาน ๆ “ฉ่ำ” แน่ครับ
  • น่าจะใช้สีแดงแทนสีฟ้า…
Facebook Comments