รีวิว Surface Pro 4 สิ่งดีๆ ที่ต่อยอดจากรุ่นเดิม

แม้จะมีเวลาแค่ช่วงสั้นๆ ก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีในการทดลองเล่น Microsoft Surface Pro 4 แท็บเล็ตกึ่งโน้ตบุ๊ค รุ่นใหม่ประจำปี 2015 การต่อยอดจาก Surface Pro 3 ที่หากสังเกตเพียงรูปลักษณ์ภายนอก อาจไม่ปรากฏถึงความแตกต่างจากรุ่นเดิมมากนัก แต่สิ่งที่ Microsoft ต้องการสื่อสารถึงผู้บริโภค คือ เรื่องประสิทธิภาพ ความลงตัวด้านการใช้งานที่สนับสนุนด้วยปากกาที่มีความทันสมัย

s-1

Surface Pro 4 กับสเปคที่ได้ทดลองเล่นในครั้งนี้

– หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ความละเอียด 2,736 x 1,824 พิกเซล (267 ppi)

– ผสมผสานกับกระจก Gorilla Glass 4 ใช้เทคโนโลยี PixelSense ที่มีความแม่นยำในการสัมผัสและการใช้ร่วมกับปากกา

– ตัวเครื่องมีความบาง 8.4 มิลลิเมตร

– ใช้ซีพียู Intel 6th Generation Core i5

– แรม 4 GB

– หน่วยความจำ 128GB SSD PCIe 3.0

– รันระบบปฏิบัติการ Windows 10

เมื่อแกะกล่องออกมาจะพบทั้งตัวเครื่อง Surface Pro 4, ปากกา, คู่มือ และอะแดปเตอร์สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ส่วน Type Cover หรือคีย์บอร์ด ไม่มีแถมมาให้ จะต้องซื้อแยก

s-2

การออกแบบ

หน้าจอผสมผสานกับกระจก Gorilla Glass 4 มีขนาด 12.3 นิ้ว มีความกว้างกว่า Surface Pro 3 เล็กน้อย วัสดุที่ใช้ประกอบด้านหลังใช้แมกนิเซียมอัลลอยด์เช่มเดิม ขาตั้ง หรือ Kickstand สามารถปรับการใช้งานได้ตั้งแต่ 22 – 150 องศา เพื่อมุมมองในการใช้งานในแต่ละสถานการณ์หรือตามแต่ความสะดวกของผู้ใช้

– ขอบด้านบนจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มพาวเวอร์สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง

– ขอบด้านขวาแบ่งเป็นพอร์ต USB 3.0 หนึ่งพอร์ต, mini DisplayPort และ microSD card reader

– ด้านหลังเครื่องมีกล้องที่พกความละเอียดมา 8 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ auto-focus รองรับการบึนทึกวีดีโอที่ความละเอีย Full HD ในส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และบันทึกวีดีโอ Full HD ได้เช่นกัน

– ขอบด้านซ้ายเป็นช่อง headphone/mic jack

s-4

ในส่วนของการออกแบบปากกา (Surface Pen) พัฒนาขึ้นจากรุ่นเดิม มีลักษณะกลม เรียบ คล้ายปากกาธรรมดาๆ ทั่วไปมากขึ้น คุณสมบัติของปากกาที่มากับ Surface Pro 4 รองรับแรงกดได้ถึง 1,024 ระดับ มาพร้อมยางลบที่ปลายด้าม สามารถใช้ลบลายเส้นหรือข้อความที่ขีดเขียนได้จริง

การเปิดเครื่องใช้การแตะที่ปุ่มพาวเวอร์ค้างไว้สักครู่และปล่อย ซึ่งการบูตเครื่องจนมาถึงหน้าจอหลักของ Windows 10 ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น นับว่าเร็วพอสมควรเลยทีเดียว

การใช้งานในรูปแบบของแท็บเล็ตร่วมกับปากกา เพียงกดที่ปุ่มปลายด้ามหนึ่งครั้งสามารถเรียกใช้แอพพลิเคชัน OneNote ได้ เมื่อทดสอบพบว่าการลากเส้นหรือการขีดเขียนตัวอักษรมีการตอบสนองที่ราบรื่น ไม่มีอาการสะดุดให้เห็น สามารถวางมือในลักษณะเดียวกับการจดในสมุดได้สบายๆ สามารถใช้ยางลบได้จริง ขณะเดียวกันการหยิบถือพร้อมกับใช้งานไปด้วย จะเป็นแบบแนวตั้งและแนวนอนก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน แต่ก็นับว่าให้ความรู้สึกถึงความทันสมัย ใครเห็นใครก็ต้องมองล่ะครับ ฮ่าๆ

และอย่างที่บอกไปเมื่อสักครู่นี้ว่า เพียงกดที่ปุ่มปลายด้ามหนึ่งครั้งก็เรียกใช้ OneNote ได้ เมื่อดับเบิลคลิกที่ปลายปากกาก็สามารถบันทึกภาพหน้าจอได้ทันที และหากกดค้างไว้ก็จะเป็นการเรียกฟีเจอร์ Cortana หรือผู้ช่วยฉลาดๆ ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงได้นั่นเอง นอกจากนี้ตัวปากกายังมีส่วนผสมของแม่เหล็ก สามารถประกบติดกับขอบด้านข้างของ Surface Pro 4 ได้ อำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้งานที่สามารถหยิบใช้ได้ในทันที

ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่ในตัวปากกา ทาง Microsoft ได้ชี้แจงตั้งแต่งานเปิดตัวแล้วว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 1 ปีเต็มครับ

มาถึง Type Cover กันบ้างครับ ส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยแปลงสภาพ Surface Pro 4 ในร่างแท็บเล็ต ให้กลายเป็นโน้ตบุ๊ค Type Cover หรือคีย์บอร์ดที่สามารถพับติดกับหน้าจอได้ มีแม่เหล็กบริเวณด้านบน สามารถดึงดูด Surface Pro 4 กับ Type Cover ให้ประกบติดกันได้อย่างง่ายดาย และมีความแข็งแรงซ่อนอยู่ในตัวด้วย

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ Type Cover รุ่นใหม่นี้ ได้พัฒนาแป้นพิมพ์ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการพิมพ์ที่ใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คมากที่สุด โดยทำการเว้นระยะห่างของแต่ละปุ่มเพิ่มขึ้น พร้อมขยายทัชแพดให้กว้างขึ้น รองรับการเลื่อนเคอร์เซอร์และการคลิกได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

s-18

เมื่อพับ Type Cover ติดกับ Surface Pro 4 แล้ว ทำให้ตัวเครื่องมีความหนาขึ้นมาเล็กน้อย แต่ภายใต้ความหนากลับเหมือนสมุดโน้ตอัจฉริยะเล่มใหญ่ ที่สามารถพกติดตัวเพื่อการทำงานนอกสถานที่ได้ ไม่ว่าจะเรียกใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชัน Microsoft Office หรือจะดึงปากกาออกมาใช้ทันทีเมื่อเกิดไอเดีย และพร้อมเสมอสำหรับการรังสรรค์ผลงาน งานเขียนต่างๆ หรือจดโน้ตสั้นๆ

จากการทดสอบ Surface Pro 4 ในเบื้องต้น น่าจะพอบอกกล่าวได้บ้างถึงประสิทธิภาพที่ดีขึ้น อันเกิดจากการสอดผสานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ลงตัว ในขณะเดียวกันการจะพกพาไปใช้งานนอกสถานที่สิ่งที่ควรพึงระวัง นั่นคือเรื่องของปากกา ที่มีโอกาสเกิดเหตุสุดวิสัยจนทำให้เราเผลอทำปากกาหายได้ ซึ่งเรื่องนี้ทีมงานของ Microsoft ประเทศไทย ก็ได้กำชับแอดมินมาเป็นอย่างดี เมื่อครั้งยืมไปอวดโฉมที่งาน Commart Comtech 2015 ที่ผ่านมา ฮ่าๆๆ

แม้หลายคนจะทักว่าราคาค่อนข้างสูง แต่หากการซื้อครั้งเดียวสามารถตอบโจทย์เรื่องการทำงานทั่วไป ใช้เพื่อธุรกิจ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและใช้ได้ไปอีกนานครับ

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ Microsoft ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อ Surface Pro 4 สำหรับโปรโมตงาน Commart Comtech 2015 เมื่อวันที่ 5-8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และการรีวิวในครั้งนี้ด้วยครับ

Facebook Comments