ฟีเจอร์ Kill Switch ช่วยลดปัญหาโจรกรรมสมาร์ทโฟนและประหยัดค่าใช้ง่ายถึงปีละ 2 พันล้านเหรียญ

การโจรกรรมสมาร์ทโฟนในประเทศสหรัฐอเมริกากลายเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่กฎหมายของสหรัฐมีความพยายามในการผลักดันให้สมาร์ทโฟนทุกเครื่องที่วางจำหน่ายมีฟีเจอร์ Kill Switch รวมอยู่ด้วย

Kill-Switch-Smartphones-2

หลายครั้งที่ท่านผู้อ่านเคยได้ยินเกี่ยวกับฟีเจอร์ Kill Switch ที่คอยทำหน้าที่ปิดทำงานหรือลบข้อมูลภายในได้จากระยะไกลในกรณีที่สมาร์ทโฟนถูกโจรกรรม ซึ่งบริษัท Apple ได้พัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวแทรกมาด้วยใน iOS 7 โดยจะอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานฟีเจอร์ Kill Switch (Apple เรียกว่า activation lock) ผ่านทางเว็บไซต์เพื่อป้องกันไม่ให้หัวขโมยนำข้อมูลส่วนตัวออกจากเครื่องได้ นอกเสียจากว่าหัวขโมยนั้นจะรู้ Apple ID ของท่านผู้ใช้

ฟีเจอร์ Kill Switch กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากนักกฎหมายและนักการเมืองพยายามกดดันให้ผู้ให้บริการเครือข่ายติดตั้งฟีเจอร์ดังกล่าวในสมาร์ทโฟนทุกเครื่องด้วย เพื่อลดปัญหาการโจรกรรมสมาร์ทโฟนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งรายงานล่าสุดโดย William Duckworth ศาสตราจารย์ภาควิชาสถิติ วิทยาศาสตร์ ข้อมูล และการวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยเครตัน ได้ทำการสำรวจผู้ใช้สมาร์ทโฟนในสหรัฐอเมริกาจำนวน 1,200 คน พบว่า 83% เชื่อว่าฟีเจอร์ Kill Switch สามารถลดปัญหาการโจรกรรมสมาร์ทโฟนได้ นอกจากนี้การสำรวจยังพบว่าชาวอเมริกันใช้เงินไปถึง 580 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับการหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่แทนที่เครื่องเก่าที่ถูกขโมย และจ่ายค่าประกันอุปกรณ์ปีละถึง 480 ล้านเหรียญสหรัฐ

William Duckworth ยังระบุว่าการติดตั้งฟีเจอร์ Kill Switch จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึงปีละ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ

แม้ว่าจะมีความพยายามนักกฎหมายและนักการเมืองเพื่อขอความร่วมมือจากบรรดาผู้ให้บริการเครือข่ายในสหรัฐฯ แต่กลับถูกการต่อต้านจากผู้ให้บริการเนื่องจาก CTIA Wireless Association เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ในกรณีที่แฮกเกอร์สามารถเจาะเข้าระบบและสั่งให้สมาร์ทโฟนหยุดการทำงาน พร้อมปล่อยมัลแวร์เข้ามาโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน

ทั้งนี้น่าติดตามว่าร่างกฎหมายเพื่อบังคับให้ผู้ให้บริการเครือข่ายต้องติดตั้งฟีเจอร์ Kill Switch จะสำเร็จหรือไม่เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้หลายๆประเทศเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันการโจรกรรมสมาร์ทโฟน

อ้างอิงจาก ZDnet

Facebook Comments