รีวิว Sony Xperia X Performance นับหนึ่งอีกครั้งกับซีรีส์ X

หลังจาก Sony ออกมาประกาศยกเลิกผลิตแบรนด์ Xperia Z Series เชื่อว่าคงทำให้สาวกอารยธรรมต้องใจหายกันเป็นแถวๆ แต่การยกเลิกครั้งนี้เพื่อเป็นการเดินหน้านับหนึ่งใหม่กับแบรนด์ Xperia X Series ที่เปิดตัวด้วยกัน 3 รุ่น ซึ่งรีวิวรอบนี้แอดมินจะพาทุกท่านไปรู้จักสมาร์ทโฟน Sony Xperia X Performance กันครับ

รีวิว Sony Xperia X Performance

สเปค Sony Xperia X Performance มีดังนี้

– ตัวเครื่องบาง 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 153 กรัม

– หน้าจอ IPS LCD ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD

– ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 820

– แรม 3GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่ม microSD card ได้สูงสุด 256GB

– กล้องหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล, พร้อมเซนเซอร์โฟกัส PDAF, มีแฟลช LED

– กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล

– รัน Android 6.0.1 Marshmallow

– ใช้งานได้ 2 ซิม (สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ 2 ซิม หรือจะใช้ซิมเดียว แล้วใช้ microSD card ด้วยก็ได้)

– รองรับ 3G และ 4G ทุกเครือข่ายในไทย

– แบตเตอรี่ความจุ 2,620mAah

– กันน้ำได้ไม่เกิน 1.5 เมตร

– มีเซนเซอร์ Fingerprint หรือสแกนลายนิ้วมือ

– ราคาเปิดตัว 25,990 บาท

เริ่มกันที่ดีไซน์

จากที่เห็นตัวเครื่อง Sony Xperia X Performance ครั้งแรก รู้สึกได้ทันทีว่าลักษณะยังเป็นแบบ “Omnibalance” แต่ปรับมุมขอบให้โค้งมนยิ่งขึ้น ด้านหลังลบภาพเดิมของ Xperia Z Series ที่เป็นกระจก พร้อมหันมาใช้อลูมิเนียมที่มีความเงางาม ลบข้อด้อยจากการใช้กระจกที่ก่อให้เกิดรอยนิ้วมือ ซึ่งดูแลมีความสวยงามไปอีกแบบครับ

หน้าจอ 5 นิ้ว เป็นขนาดที่กำลังเหมาะแก่การหยิบถือหรือใช้งานด้วยมือเดียว ความละเอียดของการแสดงผลระดับ Full HD มองว่าแค่นี้ก็ให้ความคมชัดที่เพียงพอต่อสายตาคนทั่วไปแล้ว

ส่วนประกอบรอบตัวเครื่อง ไล่ตั้งแต่ด้านหน้าที่ใครยังไม่รู้ต้องบอกว่า Sony ได้ขยับตำแหน่ง NFC มาไว้ด้านบน เคียงข้างกล้องหน้า, เซนเซอร์ตรวจจับสภาพแสงกับเซนเซอร์ตรวจจับทิศทางการหมุนของตัวเครื่อง และลำโพงสนทนาที่มีทั้งด้านบนกับด้านล่าง ขณะที่ด้านหลังมีกล้องหลังกับแฟลช LED

ตัวเครื่องด้านซ้ายเป็นช่องใส่ NANO ซิมการ์ด และอย่างที่บอกไปตอนต้นครับว่าสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ 2 ซิม หรือจะใช้ซิมเดียว แล้วใช้ microSD card ด้วยก็ได้ ส่วนด้านขวามีหลายปุ่มหน่อย ได้แก่ ปุ่มพาวเวอร์เปิด-เปิดเครื่อง, เปิด-ปิดหน้าจอ แถมเป็นเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว ที่จากการใช้สแกนลายนิ้วมือพบว่ามีความรวดเร็วในการตรวจจับลายนิ้วมือที่บันทึกไว้ สามารถปลดล็อคหน้าจอได้แม้หน้าจอปิดอยู่ก็ตาม ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง พร้อมด้วยปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพที่สามารถเข้าถึงโหมดกล้องได้รวดเร็วแม้ขณะหน้าจอล็อค เพียงกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้

บนสุดของตัวเครื่องเป็นแจ็คหูฟังขนาด 3.5mm มีไมค์ตัวจิ๋วสำหรับบันทึกและตัดเสียงรบกวนเคียงข้างอยู่ด้วย และท้ายสุดจะเป็นพอร์ต micro USB 2.0 กันน้ำได้ตัว พร้อมช่องไมค์สนทนาขนาดจิ๋ว

กล้องหลังยังเป็นจุดเด่น

ถือเป็นความเสมอต้นเสมอปลายของสมาร์ทโฟน Sony ที่ยังชูจุดเด่นของกล้องหลัง ซึ่งใน Sony Xperia X Performance มากับความละเอียด 23 ล้านพิกเซล (ขนาดของภาพถ่ายที่ออกมาจะอยู่ที่ 5520 x 4140 พิกเซล) พร้อมฟีเจอร์ “Predictive Hybrid AutoFocus” ถ่ายวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเบลอ สามารถโฟกัสรวดเร็วในเวลาเพียง 0.03 วินาที และช่วยให้การถ่ายภาพได้ภายในเวลาแค่ 0.6 วินาที ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมเทคโนโลยีเซนเซอร์โฟกัสที่ช่วยตรวจจับขนาดของวัตถุหรือใบหน้าบุคคลที่เรากำลังถ่ายภาพ ซึ่งจากที่ใช้จริงพบว่ามีความแม่นยำในการตรวจจับสูง ใช้งานได้ง่ายครับ

รีวิว-Sony-Xperia-X-Performance-09
เซนเซอร์โฟกัสที่ช่วยตรวจจับขนาดของวัตถุ

นอกจากนี้เราสามารถเข้าไปตั้งค่าการใช้งานกล้องได้ อาทิ กล้องหลังจะมีให้ปรับความละเอียดพร้อมแสดงอัตราส่วนของภาพ หรือในกรณีปรับเป็นโหมด M (Manual) ก็สามารถปรับค่า ISO (ตัวควบคุมระดับความไวต่อแสง), ค่า White Balance  ได้ เป็นต้น อีกทั้งยังมีโหมดกล้องอีกหลายแบบให้ใช้งานได้ตามความชอบครับ

ที่น่าเสียดายสำหรับกล้องหลัง คือการตัดการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K ออกไป ซึ่งจากที่แอดมินเคยรีวิว Sony Xperia Z5 Premium ถือว่าการถ่ายวีดีโอ 4K เป็นสิ่งทีรู้สึกชอบอยู่ไม่น้อย

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง ความละเอียด 23 ล้านพิกเซล อัตราส่วนภาพ 4:3

ภาพจากโหมด Creative effect (ผลสร้างสรรค์) ซึ่งภาพขาวดำนี้จะมีขนาดภาพเพียง 1920 x 1080 พิกเซล

มาที่กล้องหน้ากันบ้าง กับความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ถือว่าเยอะพอสมควร มีโหมด Beauty Shot ในตัว พร้อมลูกเล่นที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการเซลฟี่ได้สนุกสนานยิ่งขึ้นครับ

ซอฟต์แวร์ และฟีเจอร์เด่น

Sony จากการใช้จริงหลักๆ อย่าง การเปิด Facebook, เปิดหน้าเว็บไซต์ผ่านเบราวเซอร์, การเปิด-ปิดแอพ รวมไปถึงการเล่นเกมถือว่าลื่นดีทีเดียว อาการสะดุดหรือหน่วงในกรณีเปิดแอพค้างไว้พร้อมกันหลายๆ แอพไม่มีให้เห็น ซึ่งเป็นจุดที่ Sony ทำได้ดีในการเชื่อมการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างลงตัวครับ

เมนูแนะนำที่ลองไปใช้ได้ อาทิ แบตเตอรี่ ในเมนูนี้จะแสดงเปอร์เซนต์ของแบตเตอรี่ในขณะนั้นว่าเหลือเท่าไหร่ ซึ่งหากแบตเตอรี่เหลือน้อยเต็มทีและอยากยืดชั่วโมงการใช้งานให้นานขึ้น เราสามารถเลือกใช้โหมดประหยัดพลังงานอย่างโหมด STAMINA หรือโหมด Ultra STAMINA ได้ง่ายๆ ครับ

Fingerprint หรือสแกนลายนิ้วมือ เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ Sony ไม่ยึดติดเหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่นิยมนำฟีเจอร์นี้ไปไว้กับปุ่มโฮมหรือปุ่มด้านหลังเครื่อง แต่ใน Sony Xperia X Performance นำสแกนลายนิ้วมือไปสถิตไว้ที่ปุ่มพาวเวอร์ด้านข้าง บันทึกลายนิ้วมือได้สูงสุด 5นิ้ว แถมพกความรวดเร็วของการสแกนเพื่อปลดล็อคหน้าจอแม้ปิดหน้าจออยู่ก็ตาม

ส่วนของคีย์บอร์ด เปลี่ยนจาก Xperia Keyboard มาเป็น Swiftkey แทน มีลูกเล่นมาขึ้น เช่น แท็บเดาคำศัพท์, การปรับแต่งรูปแบบ ขนาด และอื่นๆ

ด้านอื่นๆ ในตัวซอฟต์แวร์ อาทิ การเปลี่ยนธีมยังมีหลายตัวเลือกให้เปลี่ยนเช่นเคย, สามารถตั้งค่าเสียงคุณภาพสูงให้ถูกใจคนรักเสียงเพลงได้ เป็นต้นครับ

ทดสอบประสิทธิภาพและความแรงด้วยแอพ Antutu Benchmark คะแนนรวมอยู่ที่ 113843

บทสรุป

ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าแอดมินไม่ใช่สาวก Sony นะครับ ซึ่งจากที่เห็นการเปิดตัวสมาร์ทโฟน Sony ในหลายรุ่นที่ผ่านมามองว่ายังติดกับดีไซน์เดิมๆ แต่มาครั้งนี้กับ Sony Xperia X Performance กลับทำให้แอดมินต้องกลับมามองใหม่ ชื่นชมความกล้าของ Sony ที่หันมาเปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ประกอบตัวเครื่องเพื่อให้เกิดความหรูหรา กลบข้อด้อยของการใช้กระจกที่เป็นรอยนิ้วมือง่ายทิ้งไป แถมตัวเครื่องขนาด 5 นิ้ว ตามความรู้สึกของแอดมินเป็นอะไรที่พอใจมาก เพราะทำให้การถือกระชับ ลดอุปสรรคในการใช้งานด้วยมือเดียว

ความฉลาดของเซนเซอร์ใหม่ของกล้องหลังในการตรวจจับขนาดวัตถุหรือใบหน้าบุคคลมีความแม่นยำ สปีดชัตเตอร์ที่รวดเร็วช่วยจับภาพในช่วงเวลาสำคัญได้ ขณะที่ภาพถ่ายที่ออกมาให้ความคมชัดและรายละเอียดที่ครบถ้วน ส่วนกล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล อัพเกรดประสิทธิภาพในการเซลฟี่ในที่แสงน้อยและในสภาพแสงที่แตกต่างกันไปได้ดียิ่งขึ้น

รวมๆ แล้วแอดมินค่อนข้างพอใจ ฟีเจอร์หลักๆ ที่คนใช้ประจำเช่น กล้องถ่ายภาพจะหน้าหรือหลังที่ดีขึ้น, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่รวดเร็ว ไปจนถึงความลื่นในการใช้งานหลักๆ อย่าง Facebook, LINE, YouTube, เข้าเว็บเบราวเซอร์ หากจะพูดว่าคุ้มค่าก็คงไม่ผิดนัก แม้ราคาจะอยู่ที่ 25,990 บาท แต่หากลองเช็คโปรโมชันตามช้อป ตามศูนย์บริการต่างๆ อาจได้ในราคาที่ประหยัดขึ้นครับ

ขอขอบคุณ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด สำหรับ Sony Xperia X Performance ในการรีวิวครั้งนี้ครับ 

 

Facebook Comments