6 เรื่องน่ารู้ e-Payment ตอนที่ 2 Paypal กับ E-Wallet

e-Payment เทคโนโลยีการชำระเงินออนไลน์ เทรนการจ่ายเงินหรือทำธุรกรรมแบบใหม่ ที่สะดวก รวดเร็ว และช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังมีบริการให้เลือกใช้เพียบ ในตอนนี้มาทำความรู้จัก “Paypal บัญชีเดียวจ่ายได้ทั่วโลก” และ “E-Wallet กระเป๋าเงินออนไลน์” กันต่อครับ

ย้อนดูตอนแรก

6 เรื่องน่ารู้ e-Payment ตอนที่ 1 Mobile Banking และ Debit Card

3.Paypal บัญชีเดียวจ่ายได้ทั่วโลก

ในตอนนี้แค่เรามี Mobile banking ไว้เช็คยอด กับบัตรเดบิตไว้จ่ายยอด ก็สามารถใช้จ่ายสินค้าหรือบริการในโลกออนไลน์ได้อย่างเมามันแล้ว แต่ในต่างประเทศ อาจบางที่ยังไม่รองรับการชำระด้วยบัตรเดบิตของเรา จึงต้องมีอีกช่องทางหนึ่งคือ PayPal ระบบ e-Payment ชำระเงินออนไลน์อีกตัว ที่มีความน่าเชื่อถือสูง รวดเร็ว ใช้งานง่าย และเป็นที่นิยมในทั่วโลกนี้เอง

Paypal ทำอะไรได้บ้าง

PayPal คือระบบรับเงินหรือโอนเงินออนไลน์ที่นิยมกันทั่วโลก ซึ่งนอกจากเป็น e-Payment ตัวหนึ่งแล้ว มันยังเป็นทั้ง ธนาคารออนไลน์ กระเป๋าสตางค์ออนไลน์ และตัวกลางรับส่งเงินออนไลน์ด้วย

ในส่วนของธนาคารออนไลน์ มันจะให้เราผูกบัญชีกับมันก่อน โดยสามารถใช้ได้ทั้งบัตรเดบิต บัตรเครดิต และ หมายเลขบัญชีธนาคาร (ที่ไม่ได้ผูกกับบัตรเดบิต) เมื่อผูกบัญชีเรียบร้อยแล้ว มันก็จะสร้างบัญชีใหม่อีกตัวหนึ่ง ซึ่งบัญชีนี้เองก็จะกลายเป็นกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ของเรา สำหรับใช้ชำระเงินซื้อสินค้ากับบริการได้ทั่วโลก หรือใช้โอนเงินไปยังผู้อื่นได้ด้วย โดยอาศัยแค่ชื่อบัญชีของ PayPal ที่เราจะต้องเป็นชื่ออะไรก็ได้ ก็ดำเนินการได้เลย ข้อดีคือ มันจะไม่เปิดเผยรายละเอียดบัญชีธนาคารของเราผูกไว้ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวพอควร จึงนับเป็นตัวกลางรับส่งเงินออนไลน์ที่ดีตัวหนึ่งนั้นเอง

การชำระเงินด้วย PayPal

ในเว็บขายสินค้าออนไลน์หรือ E-commerce ชื่อดังทั้งหลายอย่าง Amazon, Alibaba, eBay และอื่น ๆ หรือแม้กระทั้ง Lazada ของบ้านเราเองนั้น จะเห็นเลยว่า ทุกที่จะรับชำระสินค้าผ่าน PayPal ด้วย จากปกติเวลาเราซื้อสินค้าออนไลน์ เราจะต้องเข้าเว็บ Internet Banking เพื่อทำเรื่องโอนเงิน แน่นอนว่าต้องใช้เวลาในการดำเนินการพอควร แต่สำหรับ PayPal จะสะดวดรวดเร็วกว่านั้นมาก ซึ่งจะขนาดไหนนั้น ลองมาดูวิธีกัน

เมื่อเราได้สินค้าหรือบริการที่ต้องการแล้ว หลังกด Add to Cart แล้วไปที่หน้า Checkout หรือ ชำระค่าสินค้า เกือบทุกเว็บมันจะให้เลือกวิธีชำระก่อน หนึ่งในนั้นก็จะมีสัญลักษณ์ PayPal ด้วย

หากต้องการจ่ายด้วยวิธีนี้ก็กดเลือกเลย มันจะมีหน้าต่างชำระของ PayPal ปรากฎขึ้นมา มันจะให้เรา Log-In เข้าระบบ ก่อน เสร็จแล้วก็จะเข้าสู่หน้า Checkout ชำระค่าสินค้ากันแล้ว ในหน้านี้มันจะบอกราคาที่ต้องชำระเป็นสกุลไทยพร้อมเลย จากนี้ก็อยู่ที่เราแล้วว่า จะชำระหรือไม่ชำระ

ตัวอย่างการชำระเงินด้วย PayPal

  • ชำระค่าสินค้าออนไลน์ผ่าน PayPal

  • ชำระค่าบริการผ่าน PayPal

4.E-Wallet กระเป๋าเงินออนไลน์

หลังการมาของ Mobile banking ที่ใช้ชำระค่าบริการต่าง ๆ ได้ และ PayPal ที่มีบริการบัญชีออนไลน์ในตัว สองจุดนี้เอง ก็(อาจ)ทำให้เกิดไอเดีย E-Wallet กระเป๋าเงินออนไลน์ เป็นบริการ e-Payment แบบเต็มขึ้น ในรูปแบบแอพฯ บนสมาร์ทโฟน สามารถชำระค่าบริการต่าง ๆ ได้หลากหลายมาก เช่น ชำระตั๋วค่าหนัง ตั๋วเดินทาง (เครื่องบิน, เรือ) ชำระค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าประกัน, ค่าบัตรเครดิต/สินเชื่อ, เติมเงิน และอื่น ๆ อีกมากมาย

จุดเด่นของแอพฯ ประเภทนี้คือ มันจะทำหน้าที่เป็นบัญชีเงินหรือกระเป๋าเงินออนไลน์แยกต่างหากแบบ PayPal การใช้งานเราก็ต้อง “เติมเงิน” ใส่ตัวแอพฯ โดยใช้ช่องทางโอนเงินที่คุ้นเคยอย่าง บัตรเครบิต/เดบิต , บัญชีธนาคาร หรือเติมผ่านตุ้บริหารไม่ก็ร้านมินิมาร์ทที่รองรับการเติมเงินของแอพฯ นั้น ๆ

ตัวอย่างโปรโมชั่นของแอพฯ

แม้ตัวแอพฯ จะมีจุดเด่นกระเป๋าเงินออนไลน์ แต่หัวใจหลักของบริการ E-Wallet นั้น กลับเป็น “โปรโมชั่น” ที่ตัวแอพฯ ไว้ใช้ดึงดูดให้คนมาใช้บริการเยอะ ๆ นั้นเอง โดยตัวโปรโมชั่นจะมาเป็นช่วง ๆ หรือตามเทศกาลนั้นของวันนั้น และส่วนมากก็มักจะเป็นส่วนลดค่าบริการต่าง ๆ ที่เราจะได้สิทธิจากการใช้ตัวแอพฯ ยิ่งใช้มากก็ยิ่งได้สิทธิโปรโมชั่นมากเท่านั้น ในที่นี้ก็จะขอแนะนำ 3 แอพฯ E-Wallet ยอดนิยม ที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตในยุค e-Payment ง่ายขึ้นดังนี้

wePay

เป็นแอพฯ E-Wallet ยุคแรก ๆ ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยดี จุดเด่นคือ ตัวแอพฯ จะไม่ได้ผูกบัญชีกับธนาคารโดยตรง แต่จะใช้วิธี “เติมเงิน” เข้ากระเป๋าเงินออนไลน์ของแอพฯ เป็นหลัก ถัดมาก็เป็นค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างถูกกว่าที่อื่น และยังมีส่วนลดให้แทบทุกค่าบริการกันเลย และสุดท้ายส่วนชำระค่าบริการ (หรือชำระหนี้) ตัวแอพฯ ก็มีให้เลือกชำระแทบจะครอบคลุมทุกอย่างเลย ตั้งแต่ชำระหนี้ธนาคาร ประกัน ค่าโทรศัทพ์ ค่าเน็ต ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ สำหรับข้อเสีย ก็คงเป็นหน้าตาของแอพฯ ที่ยังดูโบราณไปหน่อย การสมัครใช้งานครั้งแรกมีความยุ่งยากนิด ๆ

AirPay

สำหรับใครที่เป็นเกมเมอร์ ชอบเติมเงินเกมออนไลน์บ่อย ๆ ก็จะต้องรู้จักแอพฯ ตัวนี้แน่ เนื่องจากผู้พัฒนาตัวแอพฯ คือบริษัทผู้ให้บริการเกมชื่อดังอย่าง Garena นั้นเอง ตัวแอพฯ จะเน้นให้บริการเติมเงินเกมออนไลน์เป็นหลัก สังเกตจากโปรโมชั่นเติมเกมที่มีไม่เคยขาด ถึงอย่างนั้นก็ยังคงเป็นแอพฯ E-Wallet ที่เราต้องเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินออนไลน์ของแอพฯ แต่ตัวแอพฯ สามารถผูกบัญชีธนาคาร เพื่อเรียกใช้เงินในบัญชีได้ตลอดเวลาได้ ส่วนบริการชำระหนี้อื่น ๆ ก็มีเหมือนกัน (แต่จะน้อยกว่าแอพฯ wePay) สำหรับข้อเสียของแอพฯ ก็จะเป็นค่าธรรมเนียมที่แพงไปนิด แต่แลกกับโปรโมชั่นที่ให้ตลอดนั้นเอง โดยเฉพาะโปรโมชั่นเติมเกม

True Wallet

สุดท้ายนี้ เป็นแอพฯ E-Wallet จากบริษัทเครือข่ายชื่อดังอย่าง True สำหรับแอพฯนี้ อากเรียกได้ว่า เป็นแอพฯ E-Wallet ที่สมบูรณ์แบบพอควร เนื่องจากตัวแอพฯ สามารถสร้างบัตร Master Card แบบ Virtual หรือจำลองบนสมาร์ทโฟน ตัวบัตรนี้ก็สามารถเอาไปซื้อของออนไลน์ได้เลย ใช้แทนบัตรเดบิตก็ได้ โดยเงินที่ใช้ก็มาจากการผูกบัญชีธนาคารนั้นเอง ส่วนบริการชำระนี้ ตัวแอพฯ จะเน้นใช้การสแกนจากบาร์โค้ดเป็นหลัก (ใช้กล้องสมาร์ทโฟนถ่าย) แต่ยังไม่ครอบคลุมเท่าแอพฯ wePay ส่วนโปรโมชั่นก็พอ ๆ กับแอพฯ AirPay จึงเป็นข้อเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ยังจัดเป็นแอพฯ E-Wallet ที่น่าใช้อยู่ดี

ติดตามต่อได้ที่

6 เรื่องน่ารู้ e-Payment ตอนที่ 3 (End) Samsung Pay กับ Promptpay

Comments

comments