ZTE โชว์ผลิตภัณฑ์ Tri-band UBR สุดทรงพลัง และ Dual-band FDD Massive MIMO เน็กซ์เจน ที่งาน MWC 2019

เปิดตัว Tri-band Ultra-broadband Radio (UBR) ขุมพลังสูงสุดของอุตสาหกรรม และ Dual-band Frequency Division Duplex (FDD) ระบบมัลติเพิลอินพุทและมัลติเพิลเอาท์พุท (Massive multiple-input and multiple-output (MIMO)) รุ่นใหม่ ที่งาน Mobile World Congress (MWC) 2019

ผู้ให้บริการรายใหญ่ของโลกด้านโซลูชั่นโทรคมนาคมและเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมือถือสำหรับองค์กรและผู้บริโภค เปิดตัว Tri-band Ultra-broadband Radio (UBR) ขุมพลังสูงสุดของอุตสาหกรรม และ Dual-band Frequency Division Duplex (FDD) ระบบมัลติเพิลอินพุทและมัลติเพิลเอาท์พุท (Massive multiple-input and multiple-output (MIMO)) รุ่นใหม่ ที่งาน Mobile World Congress (MWC) 2019 ในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

Tri-band UBR ของ ZTE เป็นโมดูลความถี่วิทยุ (RF) ตัวแรกของอุตสาหกรรมที่รวมคลื่นความถี่หลัก 3 คลื่นเข้าด้วยกัน ได้แก่ 900M, 1800M และ 2,100M โดย Tri-Band UBR รองรับระบบ GSM, UMTS, FDD-LTE และ NB-IoT ตลอดจนช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ในการติดตั้ง ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการพลิกโฉมอุตสาหกรรมสู่ 5G New Radio (5G NR) อย่างราบรื่น

Tri-band UBR มาพร้อมกับตัวขยายสัญญาณแบบแถบความถี่กว้างยิ่งยวด (Ultra-wideband) ที่มีกำลังขับ 4 * 80 วัตต์ ในย่าน 1800M และ 2100M เมื่อรวมกับชิปเซ็ตที่ ZTE พัฒนาขึ้น ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพอัลกอริทึมแบบ ultra-wideband และผังวงจรขยายสัญญาณประสิทธิภาพสูง จึงส่งผลให้ตัวขยายสัญญาณมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวขยายสัญญาณแบบ ultra-wideband จะช่วยให้กระจายกำลังไฟได้อย่างยืดหยุ่นระหว่างคลื่นความถี่ 2 คลื่น ด้วยกำลังขับ 2 * 80 วัตต์ ในย่าน 900M ทำให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานในสถานการณ์ที่ต้องการความครอบคลุมของสัญญาณที่กว้างไกล นอกจากนี้ Tri-Band UBR ยังสามารถใช้ได้ในคลื่นความถี่ที่สมบูรณ์และกำลังขับขนาดใหญ่โดยไม่จำเป็นต้องขยายขนาดของอุปกรณ์

Tri-Band UBR สุดล้ำสมัยนี้ยังมาพร้อมกับปริมาตรที่ลดลง 20% น้ำหนักเบาขึ้น 30% ใช้เวลาในการติดตั้งน้อยลง 60% เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ Radio Remote Units (RRU) บนคลื่นความถี่เสรีแบบดั้งเดิมที่มีกำลังขับเท่ากัน ขณะเดียวกัน Tri-band UBR ยังลดความต้องการด้านพื้นที่ในการติดตั้งและค่าเช่าสถานที่ติดตั้งลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มพื้นที่สูงสุดสำหรับการติดตั้งเทคโนโลยี 5G ด้วย

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ Dual-band FDD Massive MIMO (สายอากาศแถวลำดับขนาดใหญ่) นั้น สามารถรองรับคลื่น 1800M และ 2100M ได้พร้อมกัน ซึ่งนอกจากจะสามารถแทนที่กำลังรวมของ RRU และเสาอากาศแบบทิศทางแล้ว ยังจะช่วยให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมสามารถปลดล็อกศักยภาพเครือข่ายและเพิ่มอัตราส่งข้อมูลของสถานีเครือข่าย 4G ในเซลล์ที่มีการโหลดสูงและเพิ่มปริมาณความจุได้ยาก

Dual-band FDD Massive MIMO พัฒนาขึ้นจากเสาอากาศอัจฉริยะขนาดเล็ก 128 ตัว โดยมีลำแสงแคบ MIMO แบบ 3 มิติสำหรับทิศทางอิสระ 8 ทิศทาง ทำให้การสร้างลำแสง (beamforming) มีความยืดหยุ่นทั้งแนวตั้งและแนวนอน ตลอดจนเพิ่มการครอบคลุมทางแนวตั้งได้มากขึ้น และยกระดับประสบการณ์การใช้งานบริเวณขอบของพื้นที่ให้บริการ (cell edge)

Dual-band FDD Massive MIMO ยังมี 32T32R และรองรับการปรับตั้งค่าแบบ 3-carrier โดยอุปกรณ์เพียงตัวเดียวสามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วถึง 2Gbps และเพิ่มประสิทธิภาพสเปกตรัมได้ 3 ถึง 6 เท่าในสภาพแวดล้อมการใช้งานเชิงพาณิชย์ Dual-band FDD Massive MIMO มีกำลังขับที่ 200W ซึ่งปรับปรุงขึ้นอย่างมากจากรุ่นก่อนหน้า พร้อมครอบคลุมได้มากยิ่งขึ้นและลดด้านต้นลมลง 28%

“ปัจจุบัน บริษัทจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปแล้วถึง 150,000 ชุด โดย Tri-band UBR ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่นี้ จะช่วยตอบโจทย์การใช้งานให้แก่ลูกค้าได้อย่างเรียบง่ายที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่เหนือชั้นของเทคโนโลยี ultra-wideband”  Ms. Tang Xue ผู้อำนวยการการวางแผน ฝ่าย FDD Product ของ ZTE กล่าว พร้อมกับเสริมด้วยว่า ” Dual-band DD Massive MIMO จะช่วยให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมสามารถรับส่งข้อมูลได้มากและเร็วขึ้นสำหรับพื้นที่เครือข่าย 4G ซึ่งตอบสนองความต้องการการใช้งานข้อมูลที่กำลังเติบโตของเครือข่าย 4G”

“ZTE มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสิทธิภาพสูงสุดด้วยข้อกำหนดที่น้อยที่สุด ขณะที่เรากำลังเดินหน้าสู่การบูรณาการระยะยาวและวิวัฒนาการของยุคมัลติแบนด์และมัลติโหมด” Mr. Pu Yingchun รองประธาน ZTE กล่าว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ZTE ไม่เคยหยุดยั้งความพยายามในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไร้สายที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า ด้วยประสบการณ์ด้าน 4G ที่สั่งสมมา ZTE จึงพร้อมอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมการพัฒนาเครือข่าย 5G พร้อมเพิ่มคุณค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า

Facebook Comments