สรส.หวั่น ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลกว่าครึ่งอาจ “เจ๊ง” ใน 5 ปี

สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ นัดรวมตัว 19 พฤษภาคม เพื่อยื่นหนังสือต่อ กสทช. ให้ชี้แจงรายละเอียดการประมูลทีวีดิจิตอล หวั่นผู้ประกอบการกว่าครึ่งไปไม่รอดในระยะเวลา 5 ปี

tv-digital-fail

นายสุวิทย์ มิ่งมล ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ สรส. จะนัดรวมตัวกันวันที่ 19 พ.ค. 2557 นี้ เพื่อเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ให้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดประมูล ทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจ 24 ช่อง และผลวิจัยต่างๆ ในการกำหนดราคาคูปองเพื่อสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิตอล

ประธาน สรส. กล่าวต่อว่า ล่าสุดมีความชัดเจนแล้วว่าผู้ประกอบการทีวีที่ประมูลไปนั้น มากกว่าร้อยละ 50 อาจจะไปไม่รอดในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี เพราะ กสทช. ไม่มีความพร้อมในการกระจายการรับชม ส่งผลให้เอเจนซี่ไม่ซื้อโฆษณา เพราะไม่มั่นใจช่องใหม่ และไม่มีใครกล้าลงทุนคอนเทนต์ใหม่ ขณะที่ผู้ประกอบการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการที่ต้องออกอากาศตามประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือ มัสต์แครี่ โดยเมื่อปี 2556 สรส. เคยเข้ายื่นหนังสือต่อ กสทช. เพื่อคัดค้านการเปิดประมูลทีวีดิจิตอล และให้ใช้วิธีคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม หรือ บิวตี้ คอนเทสต์ และได้แสดงความกังวลว่าจะเกิดปัญหาฟองสบู่ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ หาก กสทช. ยังเปิดประมูล แต่ กสทช. ก็ไม่ได้รับฟัง และอ้างว่าการเปิดประมูลครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของวงการโทรทัศน์จากการที่ผู้ชมมีทางเลือกในการรับชมฟรีทีวีเพิ่มมากขึ้น

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จะขอข้อมูลจากคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาที่เคยเรียกทุกฝ่ายไปชี้แจงเกี่ยวกับการประมูล โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ยืนยันว่า จำเป็นต้องเปิดประมูล ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะนำไปยื่นต่อศาลปกครอง หากมีการฟ้องร้องในภายหลัง

ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. กล่าวว่า การประมูลให้เกิดการแข่งขันมากกว่าฟรีทีวี 6 ช่องเดิมถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และ กสท. มีประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูล ซึ่งผ่านการรับฟังความเห็นสาธารณะ หรือ ประชาพิจารณ์ มาแล้ว แต่สิ่งที่ กสท. ต้องเร่งทำ คือ การกระจายการรับชมให้เข้าถึงโดยเร็ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แต่ละช่องมีคนดูเพิ่มขึ้น และยอมรับว่ามีความกังวลว่าการดำเนินการต่างๆ เช่น การไม่ประชาพิจารณ์ราคาคูปอง และกระบวนการหลายอย่างที่เป็นเพียงมติบอร์ด กสท. ไม่ใช่ประกาศ จะทำให้ กสท. ถูกฟ้องได้ จึงต้องการให้ทางสำนักงาน กสทช. เปิดประชาพิจารณ์ระหว่างที่รอคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ สรุปราคาในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้

ที่มา ไทยรัฐ

Facebook Comments